คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับน้ำมันรำข้าว (ต่อ)

ถาม: บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินคำถามว่า " เป็นโรคเบาหวาน จะรับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวได้หรือไม่ ? "

ตอบ: เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว เป็นอาหารเสริมชนิดหนึ่ง ไม่ใช่ยารักษาโรค แต่ส่วนประกอบที่สำคัญในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวมีสารอาหารหลายชนิดที่ช่วย ให้ระบบการทำงานของเซลล์ในร่างกายของเราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ส่วนประกอบที่เรียกว่าแกมมา ออไรซานอล (Gamma oryzanal) ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวมีฤทธิ์ในกระบวนการเผาผลาญอาหารประเภทน้ำตาล จึงสามารถช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

ถาม: รับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวแล้ว จะทำให้อ้วนได้หรือไม่ ?

ตอบ: เรามักจะกังวลกับความอ้วนอยู่เสมอ เมื่อรับประทานอาหารประเภทไขมัน แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจอย่างถูกต้องคือ ความอ้วนหรือการสะสมของไขมันในร่างกาย เกิดจากการได้รับปริมาณ
อาหาร ประเภทแป้งหรือน้ำตาลและไขมันมากเกินไป ซึ่งหมายถึงได้รับพลังงานจากอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย แต่การรับประทานน้ำมันรำข้าวและจมุกข้าว 1 เม็ด จะให้พลังงานเพียง 3 แคลลอรี่ ถ้ารับประทานวันละ 2 เม็ด เราก็จะได้รับพลังงานเพียง 6 แคลลอรี่ ซึ่งไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เราอ้วนขึ้นอย่างแน่นอน เพราะร่างกายเราต้องการพลังงานวันละ 1500 - 2500 แคลลอรี่

ถาม: เคยได้ยินมาว่า คนเป็นโรคหัวใจ รับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวแล้วจะดีขึ้น จริงหรือไม่ ?

ตอบ: คำว่า " โรคหัวใจ " นั้นมีหลายประเภทด้วยกัน อาจเป็นโรคหัวใจที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งปัจจุบันโรคที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งก็คือ โรคหลอดเลือดและหัวใจ ที่มีการตีบตันของหลอดเลือด อันเนื่องมาจากการพอกตัวของไขมันในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบ เลือดส่งผ่านไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้ เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดและตายในที่สุด ส่วนประกอบในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว โดยเฉพาะแกมมา ออไรซานอล มีฤทธิ์ในการลดระดับไขมันในเลือดได้ ทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการพอกตัวของไขมันในผนังหลอดเลือด อีกทั้งยังสามารถลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดภาวะการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจได้ด้วยและทำ ให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้สุขภาพและการทำงานของหัวใจดีขึ้นได้ หรือลดความรุนแรงของโรคลงได้ และที่สำคัญถ้าหากมีปัญหาโรคหัวใจก็คงต้องได้ รับการตรวจและดูแลรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันด้วย เพราะน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไม่ใช่ยารักษาโรค

ถาม: ถ้าอยากสรุปโดยรวมๆ เกี่ยวกับคุณค่าของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวมีอะไรบ้าง ?

ตอบ: คุณค่าของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว มีการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยกันมานานกว่า 40 ปี พบว่าคุณค่าที่โดดเด่นมี 5 ประการ ดังต่อไปนี้
1. ลดคลอเลสเตอรอลและไขมันในร่างกาย
สารธรรม ชาติในน้ำมันรำข้าวทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ วิตามินอี กลุ่ม โทโคไตรอีนอล โอรีซานอลและไฟโตสเตอรอล มีส่วนช่วยลดคลอเลสเตอรอลที่ไม่ดี(LDL-C) รวมทั้งไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglycerides) ในร่างกาย นอกจากนั้นโอรีซานอล ยังช่วยคงระดับหรือเพิ่มคลอเลสเตอรอลที่ดี (HDL-C)แก่ร่างกายอีกด้วย
2. ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
จาก ความเข้าใจกลไกการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นักโภชนาการได้แนะนำให้เพิ่มการบริโภคน้ำมันที่เป็นแหล่งของกรดไขมันไม่อิ่ม ตัวตำแหน่งเดียว(MUFA)ให้มากขึ้น ซึ่งน้ำมันรำข้าวมีปริมาณ MUFA สูง
3. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เนื่องจากอนุมูลอิสระ เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติสูงที่สุดชนิดหนึ่ง ได้แก่ วิตามินอี กลุ่มโทโคฟินอลและกลุ่มโทโคไตรอีนอล โอรีซานอลและไฟโตสเตอรอล จึงทำให้การบริโภคน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ให้ผลในการลดความเสี่ยงของมะเร็งได้
4. ช่วยรักษาสมดุลของระบบประสาท
วิตามิน อี กลุ่มโทโคฟินอลในน้ำมันรำข้าว มีคุณสมบัติช่วยรักษาสมดุลของระบบประสาทและฟอสฟอไลปิดในน้ำมันรำข้าว ช่วยให้การสื่อกระแสประสาททำงานได้ดีขึ้น มีผลต่อความจำและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคสมองเสื่อม
5. ช่วยปรับสมดุลของระบบฮอร์โมนในสตรีวัยทอง มีงานวิจัยยืนยันคุณค่าของโอรีวานอลที่ช่วยปรับสมดุลของระบบฮอร์โมนในสตรี วัยทองและช่วยลดอาการร้อนวูบวาบอย่างได้ผล

Read More

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับน้ำมันรำข้าว

มีญาติหรือคนรู้จักป่วยเป็นโรคนั้นโรคนี้ สามารถรับประทานน้ำมันรำข้าวได้หรือไม่?

ต้องตอบว่า น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว เป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ ยารักษาโรค การรับประทานน้ำมันรำข้าว เป็นการทำให้ร่างกายได้รับส่วนประกอบที่สำคัญที่มีอยู่ในน้ำมันรำข้าว เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3,สารแกมมา ออไรซานอล,ออไรซา เซราไมด์,ฟอสฟอไลปิด และ วิตามินอี เปนต้น ซึ่งสารต่างๆเหล่านี้ จะเข้าไปส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย ตามคุณประโยชน์ของสาร นั้นๆ เช่น แกมมา ออไรซานอล ช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ ถ้าคนๆนั้นมีระดับไขมันในเลือดสูงเมื่อรับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไประยะหนึ่ง ก็คงต้องตรวจเลือดหาระดับไขมัน เพื่อดูว่าไขมันลดลงหรือไม่มากน้อยเพียงใด ซึ่งเราสามารถติดตามดูได้ด้วยตัวเอง ในส่วนของ แกมมา ออไรซานอล ช่วยต่อต้านการอักเสบได้ ช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายของคนวัยทองได้ ก็จะทำให้อาการแสดงอาการต่างๆเหล่านั้นได้ดีขึ้นได้ หรือวิตามินอีที่อยู่ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว มีประสิทธิภาพเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพ จึงมักหวังในเรื่องการป้องกันอาการแก่ก่อนวัยเหมื่อนที่ หลายๆคนรับประทานเพราะกลัวแก่นั่นเอง ดังนั้นการรับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ก็จะให้ประโยชน์ในแง่ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ร่างกายสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น แต่คงไม่สามารถใช้ในวัตถุประสงค์เพื่อหวังผลการรักษาโรคโดยตรง เราจึงต้องคอยตรวจสอบสภาพร่างกายตัวเราเองที่เปลี่ยนไป ดีขึ้นในลักษณะไหน เพราะการตอบสนองของร่างกายของคนเราแต่ละคน ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าเราจะเป็นคนปกติทั่วไปหรือคนที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพ เราก็สามารถรับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว เป็นอาหารเสริมได้ตามปกติ ครั้งละ1-2เม็ด หลังอาหาร สิ่งสำคัญที่จะทำให้ได้รับประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพคือการรับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ นั่นเอง.

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อ จะเลือกยี่ห้อไหนดี?

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากรำข้าว ทุกยี่ห้อก็สกัดมาจากรำข้าว

สิ่งที่สำคัญมากๆในการรับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว คือ คุณภาพ และความปลอดภัย เราไม่สามารถบอกได้ว่า ยี่ห้อไหน ผลิตกันมาอย่างไร การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบความปลดภัยเป็นอย่างไร แต่สำหรับน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไวทอลสตาร์ เป็นน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานอย่างชัดเจนและถูกต้องสามารถตรวจสอบได้ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไวทอลสตาร์ยังให้การเปิดเผยชัดเจน ถึงแหล่งที่มาของวัตถุถดิบ จึงเชื่อแน่ว่า ความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค คือหัวใจของการสร้างธุรกิจ และเป็นหัวใจที่สำคัญในการผลิตสินค้าสู่ท้องตลาดอีกด้วย เราจึงมั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่เรารับประทานน้ำมันข้าวและจมูกข้าวไวทอลสตาร์ เราจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีเสริมอาหาร ที่มี คุณภาพ และปลอดภัยอย่างแน่นอน

การเก็บรักษาน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ?

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด ควรเก็บรักษาไว้ในที่เย็น หรือ อุณหภูมิห้อง ไม่ควรวางไว้ในที่ ที่มีอากาศร้อน เช่น ห้องนอน หรือห้องทำงานที่มีแสงแดดส่องถึงหรือวางไว้ริมหน้าต่าง โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ห้ามวางในบริเวณท้ายรถยนต์เป็นอันขาดเพราะความร้อนสูงจะทำให้ขวดบรรจุภัณฑ์บิดเบี้ยว เสียรูปทรงได้ และอาจทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ลดลงได้ จึงต้องระมัดระวัง และใส่ใจการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด.

Read More

เอมสตาร์ ลุยเครือข่ายต่างแดน

new

ที่มา นสพ.ตลาดวิเคราะห์ กันยายน 2552

Read More

ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไวทอลสตาร์

ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไวทอลสตาร์ rice_data

-ช่วยต้าน มะเร็ง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิต

-ลดคอเลสเตอรอล เส้นเลือดตีบ

-ลดความรุนแรงของสิวอักเสบทุก ชนิด

-ลดอาการปวดเมื่อยตามกระดูก กล้ามเนื้อ และ โรคเก๊าท์

-ลบเลือนริ้วรอยด่างดำ ฝ้า และ กระ

-ช่วยปรับระดับความดันโลหิต และ ลดระดับน้ำตาลในเลือด

-ลดความเครียดช่วยให้นอนหลับสบาย และ ลดอาการไมเกรน

-ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น และ สดใส ยืดหยุ่น ไม่เหี่ยวแห้ง

-ช่วยอาการผิดปกติของชายหญิงวัยเจริญพันธุ์ และวัยทอง

-ช่วยกระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone

รำข้าวและจมูกข้าวที่ดีและมีปริมาณมากที่สุดในโลก ก็คือ ข้าวไทย ดังนั้นเราจึงควรภูมิใจในสินค้าไทยที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

rice_oils

อัตราค่าสมัครสมาชิก 300 บาท

ติดต่อเรา

Read More

ทำไมต้องเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Aim Star Network

บริษัทเอมสตาร์เน็ตเวิร์ค เป็นบริษัทขายตรงมาตราฐานของประเทศไทย ปัจจุบันเปิดสำนักงานสาขาแล้วในประเทศญี่ปุ่น กัมพูชา และเตรียมเปิดสาขาให้ครอบคลุม อินเดีย สหรัฐอเมริกา จีน ภายในปี 2554 แผนการตลาดใช้หลัก สมาชิก 1 รหัส แนะนำได้ทุกประเทศทั่วโลก (OneCode OneWorld) ในประเทศซึ่งบริษัทได้ไปเปิดสำนักงานสาขาไว้แล้ว

จุดเด่นของธุรกิจที่น่าสนใจ

  • เอมสตาร์เป็นบริษัทที่มีความมั่นคงสูง เพราะทำธุรกิจด้วยเงินสด ไม่ได้กู้เงินแม้แต่บาทเดียว
  • เป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพเยี่ยม ใช้แล้วประทับใจ
    เห็นผลจริง มีอัตราการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง
  • เราเลือกโรงงานผลิตสินค้า ระดับมาตรฐานโลก
  • บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังได้ขยายเครือข่ายไปหลายประเทศในแถบเอเชียแล้ว
  • สร้างเครือข่ายข้ามประเทศได้ง่ายๆ ด้วยระบบ OneCode OneWorld สายงานเดียวทั่วโลก
  • ไม่ต้องเสี่ยง ไม่ต้องลงทุนสูง เพียงเริ่มต้นจากการเป็นผู้บริโภค และขยายธุรกิจตามระบบ
  • สามารถสั่งซื้อสินค้าทางโทรศัพท์ หรือทางโทรสารได้เลย บริษัทจัดส่งสินค้าถึงบ้าน
  • ทำธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลา มีอิสระในการทำงาน
  • เหนื่อยแค่ช่วงแรกๆ แต่หลังจากนั้นธุรกิจจะขยายและเติบโตโดยระบบของมันเองตลอดเวลา
  • รายได้ทีเกิดขึ้น สามารถสืบทอดเป็นมรดกแก่ลูกหลานต่อไปได้

แผนธุรกิจ Aimstar Network (Star Matching)

แผนธุรกิจสตาร์แมทชิ่ง เป็นแผนธุรกิจที่ง่ายต่อการปฏิบัติงาน ให้ผลตอบแทนกับนักธุรกิจเอมสตาร์อย่างสูงสุด จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และบริหารองค์กรธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งมีโครงสร้างองค์กรธุรกิจ เป็นแบบ Dual Linear มีการขยายแบบ 2 สายงาน ประกอบด้วย ทีมซ้ายและทีมขวา เหมือนกันทั่วโลก ดังนั้น นักธุรกิจเอมสตาร์ที่ได้รับการ สปอนเซอร์ ในต่างประเทศก็จะอยู่ภายใน โครงสร้างองค์กรเดียวกัน

แผนธุรกิจ Star Matching

ติดต่อเรา

Read More

Star Matching Plan

รายได้ 7 ช่องทางจากการทำธุรกิจ

1. กำไรจากการขายปลีกผลิตภัณฑ์ (Retail Benefit) 20-30%
2. โบนัสสาขา (Branch Bonus) 20%
3. โบนัสส่วนบุคคล (Personal Bonus) 20%
4. โบนัสทีมอ่อน (Weak Team Bonus) 20%
5. โบนัสทีมแข็ง (Strong Team Bonus) 10-13%
6. โบนัสสตาร์แมทชิ่งทีมลูก (Star Matching Bonus) 100%
7. โบนัสสตาร์แมทชิ่งทีมหลาน (Star Matching Bonus) 50%

วีดีโอแผนธุรกิจสตาร์แมทชิ่ง

1. กำไรจากการค้าปลีก 20%

ตัวอย่าง นักธุรกิจเอมสตาร์ซื้อผลิตภัณฑ์จากบริษัทเอมสตาร์เน็ทเวิร์คในราคาสมาชิก 750 บาท
แล้วจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าตามราคาปกติ 900 บาท
ดังนั้น ได้กำไรจากการค้าปลีก จำนวน 150 บาท หรือเท่ากับ 20%

2. โบนัสสาขา (Branch Bonus) 20%
ของยอดธุรกิจส่วนตัว ของนักธุรกิจเอมสตาร์ที่เราเป็นผู้สปอนเซอร์ (ลูก) แต่ไม่เกิน 1,000 คะแนน
ตัวอย่าง นาย A-K ได้ทำการสมัครธุรกิจ โดยมีเราเป็นสปอนเซอร์
ดังนั้นคะแนนของ นาย A-Z ใน 1000 PV แรกจะถูกนำมาคิดให้เราคนล่ะ 20%

plan1

3. โบนัสส่วนบุคคล (Personal Bonus) 20%

20% ของยอดธุรกิจส่วนตัวของตนเองที่เกินกว่า 1,000 คะแนน
ตัวอย่าง ในเดือนนั้นเรามียอดธุรกิจของตัวเราเอง 5000 PV
ดังนั้น 20% ของ 1000 PV แรกเป็นโบนัสสาขาของผู้ที่เป็นสปอนเซอร์เรา อีก 4000 PV(ประมาณ 800 บาท) ที่เหลือเป็นโบนัสส่วนบุคคลที่เราจะได้เอง

4. โบนัสทีมอ่อน (Weak Team Bonus) 20%

ของคะแนนทีมอ่อนแต่ไม่เกินยอดคำนวณโบนัสสูงสุดตามตำแหน่งที่กำหนด
ตัวอย่าง สายงานเรามี 2 ทีม
ทีมซ้ายทำยอดได้ 600,00 PV
ทีมขวาทำยอดได้ 400,000 PV
ดังนั้นเราจะคิด 20% ของทีมที่ PV น้อยกว่า คือทีมขวา คือ
400,000 PV X 20% = 80,000 บาท

plan2

5. โบนัสทีมแข็ง (Strong Team Bonus) 10-13%

ตัวอย่าง ทีมอ่อนเรามีคะแนน 400,000 PV ทีมแข็งเรามี 600,00 PV
ดังนั้น โบนัสทีมแข็ง เราจะคิดเท่ากับยอด PV ของโบนัสทีมอ่อนคือ 400,00 PV
โดย 200,00 PV ที่เป็นส่วนต่างของทีมแข็งกับทีมอ่อนนั้นจะถูกนำไปคิดในเดือนถัดไป
ดังนั้น 400,000 PV x 10% = 40,000 บาท

plan3

6. โบนัสสตาร์แมทชิ่งทีมลูก (Star Matching Bonus) 100%

ตัวอย่าง นักธุรกิจ A-K นั้นเราเป็นสปอนเซอร์ เราจะได้ 100% ของโบนัสทีมแข็งในทุก ๆ ทีมที่เราเป็นสปอนเซอร์

plan4

7. โบนัสสตาร์แมทชิ่งทีมหลาน (Star Matching Bonus) 50%

เป็นโบนัสที่เกิดจากที่ลูกเราแนะนำมา ดังตัวอย่างภาพด้านล่าง สีเขียวคือหลานของเรา มี 1+2+3 = 140,000 บาท 50% = 70,000 บาทที่เราจะได้รับ

plan5

สรุปแผน StarMatching

1) ทำงานได้ ง่าย เพราะดูแลเพียงแค่ 2 สายงาน และมีระบบ Placement ในการช่วยกันสร้างองค์กร

2) เป็นแผนที่เน้นการการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค เพราะเน้นการบริโภคสินค้าต่อเนื่อง ไม่กักตุนสินค้า

3) เป็นมรดกตกทอด ได้โดยลูกหลานมารับช่วงต่อได้เลย

4) มาก่อนมาหลังไม่เกี่ยว สามารถแซงกันได้

5) เป็นระบบงานที่จะสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้คุณอย่างแท้จริง

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเรา

Read More

การหารายได้เสริมจากธุรกิจเอมสตาร์

ก้าวสู่ธุรกิจเอมสตาร์pp1_resize

การเริ่มธุรกิจกับบริษัท เอม สตาร์ เน็ตเวิร์คในฐานะนักธุรกิจเอมสตาร์ สามารถเริ่มต้นโดยใช้เงินลงทุนเพียงเล็กน้อยในการสมัครและซื้อสินค้า เพื่อสัมผัสความประทับใจต่อสินค้าด้วยตนเราเอง หลังจากนั้นเราสามารถแนะนำสินค้าให้กับเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง คนที่เรารู้จัก หรือคนที่เรามีความปรารถนาดี ทำให้เขาได้มีโอกาสใช้สินค้าเหมือนเรา เพียงเท่านี้เราก็เริ่มมีเครือข่ายผู้บริโภคของเราเอง และได้รับรายได้จากการสร้างเครือข่ายของผู้บริโภคของเราตามแผนธุรกิจสตาร์แมทชิ่ง…

อัตราค่าสมัครนักธุรกิจเอมสตาร์

300 บาท

สิทธิประโยชน์ของนักธุรกิจเอมสตาร์

- ได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพโดยถาวร จากอุบัติเหตุ วงเงิน 100,000 บาท / คน หากสมัครร่วม 2 คน จะได้รับการคุ้มครองวงเงิน 50,000 บาท / คน ตามแบบประกันอุบัติเหตุที่บริษัทได้กำหนดไว้

- ได้รับรายได้ และผลตอบแทน ตาม แผนธุรกิจสตาร์แมทชิ่ง

- ได้รับคู่มือเริ่มต้นการดำเนินธุรกิจเอมสตาร์ 1 ชุด

- ได้รับบัตรประจำตัวนักธุรกิจเอมสตาร์ 1 ใบ กรณีสมัครคู่ จะได้รับบัตรคนละ 1 ใบ

- ได้รับนิตยสารวันเวิลด์ ( One World Magazine ) เป็นประจำตลอดสมาชิกภาพ

- ได้รับสิทธิในการเข้าร่วมการฝึกอบรมต่าง ๆ ของบริษัท

คุณสมบัติของผู้สมัคร

- ผู้สมัครจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในกรณีผู้สมัครมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ผู้สมัครต้องได้รับความยินยอมจากบิดา/ มารดา หรือผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย โดยผู้ปกครองต้องนำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องแนบมาด้วย

- กรณีผู้สมัครอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ต้องนำสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ปกครอง พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง

- กรณีของสามีและภรรยา ถือเป็นบุคคลเดียวกัน สามารถสมัครในรหัสเดียวกันเท่านั้น

เอกสารประกอบการสมัคร

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัครและผู้สมัครร่วม (ถ้ามี) พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง

- สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้สมัครหลักเท่านั้น(กรณีมีผู้สมัครร่วม)

-สำหรับชาวต่างชาติให้แนบสำเนาหนังสือเดินทางและสำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่เปิดในประเทศไทยพร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง

สนใจติดต่อ คุณ ดุลยฤทธิ์ (ดุลย์)โทร. 081-9655093

คุณ วีระศักดิ์ (วี) โทร. 081-6999090

Email : dk2552@gmail.com

หมายเหตุ : เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ก่อนเข้าร่วมธุรกิจ ควรสอบถามข้อมูลที่ต้องการเพิ่มให้เข้าใจก่อน ทางทีมงานเรายินดีพร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องในการเข้าร่วมธุรกิจ กับ Aim Star Network

ติดต่อเรา

Read More

เกี่ยวกับบริษัทเอมสตาร์เน็ทเวิร์คจำกัด

บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด (AIM STAR NETWORK)

เปิดดำเนินการเมื่อเดือนธันวาคม 2548สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่อาคารพาร์คเพลินจิต ถ.สุขุมวิท ซอย1 จดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย

บริษัทเอมสตาร์เน็ทเวิร์ค ก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคที่คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยมมาตรฐานสูงที่ทรงประสิทธิภาพจากทั่วโลก โดยมีการดำเนินธุรกิจแบบเครือข่าย ด้วยแผนธุรกิจสตาร์แมทชิ่ง ซึ่ง เป็นนวัตกรรมการจ่ายผลตอบแทนที่สร้างรายได้แก่นักธุรกิจเอมสตาร์ อย่างต่อเนื่องและไร้ขีดจำกัด บริษัทฯมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 390 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพ 10240

ปณิธานของบริษัทฯ

บริษัทฯ มีความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจเครือข่าย บริษัทฯ พร้อมที่จะสนับสนุนให้นักธุรกิจเอมสตาร์ ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด สิ่งที่เป็นตัวกำหนดแนวทางปฏิบัติงาน และสร้างสรรค์ให้นักธุรกิจเอมสตาร์ กับเจ้าหน้าที่ทุกคนของบริษัทฯ ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างกัน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ ทั้งของนักธุรกิจเอมสตาร์ และเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เหนือสิ่งอื่นใด บริษัทฯ ขอให้คำมั่นสัญญา กับนักธุรกิจเอมสตาร์ในการดำเนินธุรกิจดังนี้

1.บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และจริยธรรมสูงสุด

2.บริษัทฯ จะนำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่สุดที่เทคโนโลยีในขณะนั้นจะสามารถผลิตได้

3.บริษัทฯ จะทุ่มเทสรรพกำลังที่จะร่วมสร้างความเจริญเติบโตแก่ธุรกิจของนักธุรกิจเอมสตาร์

4.บริษัทฯ จะสนับสนุนให้นักธุรกิจเอมสตาร์บรรลุเป้าหมาย และประสบความสำเร็จด้วยความยินดี และเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง

5. บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจโดยมีความใฝ่ฝันของนักธุรกิจเอมสตาร์ทุกท่านเป็นแรงบันดาลใจ และจะเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน จนถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จ

วิสัยทัศน์ (Vision)

มุ่งมั่งสร้างองค์กรแห่งความเป็นเลิศในธุรกิจเครือข่าย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนักธุรกิจเอมสตาร์ และผู้บริโภคให้ได้รับผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีที่สุด บริษัทฯ และนักธุรกิจเอมสตาร์จะเติบโต และก้าวไปสู่เป้าหมายสู่ความสำเร็จ และความสุขร่วมกัน

พันธะกิจ (Mission)

ด้วยวิสัยทัศน์อันยาวไกลของผู้บริหาร ผสานเจตนารมณ์ที่จะเป็นแบบอย่าง และภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจเครือข่าย เรามีพันธะกิจต่อนักธุรกิจเอมสตาร์ ดังต่อไปนี้

1.มุ่งมั่นให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง (Healthy)

2.มุ่งมั่นให้ทุกคนมีฐานะดี และมั่นคง(Wealthy)

3.มุ่งมั่นให้ทุกคนมีความสามารถเพิ่มพูน(Wisdom)

4.มุ่งมั่นให้ทุกคนมีความสุขทั้งครอบครัว(Happiness)

คำขวัญประจำบริษัทฯ

ความสุขทุกสิ่ง เป็นจริงที่ เอมสตาร์

Read More

ติดต่อเรา

Read More

น้ำมันรำข้าว

image

น้ำมันรำข้าว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากรำข้าวดิบ ซึ่งเป็นส่วนที่ได้จากการขัดข้าวกล้องให้เป็นข้าวสาร จึงมีคุณค่าทางอาหารสูง นอกจากนี้ยังสามารถสกัดสารอาหารอื่นที่มีอยู่ในน้ำมันรำดิบ เพื่อใช้เป็นสารเสริมสุขภาพและเครื่องสำอางค์ได้

น้ำมันรำข้าว

เป็นผลิตภัณฑ์จากรำข้าวดิบ ซึ่งหมายถึง ส่วนผสมของรำละเอียด และคัพภะ และจากกรรมวิธีการทำน้ำมันรำข้าว ก็จะได้รำที่สกัดน้ำมันออกแล้ว ซึ่งนำไปใช้ทำผลิตภัณฑ์อื่นได้ต่อไป

น้ำมันรำดิบประกอบไปด้วย ลิพิดที่ผ่านการ saponifiable lipids และลิพิดที่ไม่ผ่านการ unsaponifiable lipids 4.2% นอกจากนี้ยังมีออริซานอล (Oryzanol) ซึ่งเป็นสารประกอบเอสเทอร์ของกรดเฟอริวลิก มีในน้ำมันรำข้าวดิบประมาณ 1.5% โดยกระบวนการทำให้น้ำมันบริสุทธิ์ด้วยเบส และการฟอกสี มีผลให้ระดับออริซานอลลดลง ดังนั้นถ้าลดกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ลงให้มากที่สุดได้ จะช่วยให้น้ำมันมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าน้ำมันบริสุทธิ์

ออริซานอล รวมทั้งทอโคไตรอีนอล และทอโคเฟอรอล ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารยับยั้งการเกิดออกซิไดส์ มีผลต่อการลดระดับคอเลสเทอรอลในเลือด

ส่วนรำข้าวสกัดไขมันที่ได้จากกระบวนการแปรรูปน้ำมันรำข้าวนั้นสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบในการสกัดโปรตีนออกจากรำข้าวสกัดไขมันนี้ได้ โดยการบดรำข้าวสกัดไขมันให้ละเอียด ใช้สารละลายเบสในการสกัดโปรตีน แล้วเหวี่ยงแยกตะกอนโปรตีน ทำให้แห้ง ได้เป็นโปรตีนสกัดเข้มข้น ส่วนของแข็งที่เหลือนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้ สำหรับโปรตีนสกัดเข้มข้นใช้เป็นส่วนผสมอาหาร เพื่อเสริมโปรตีน เช่น เครื่องดื่ม ขนมหวาน และเครื่องดื่มคล้ายนม เป็นต้น

จากภาพ จะเห็นขั้นตอนในกระบวนการแปรรูปน้ำมันว่า จะทำให้ได้สารอื่นที่มีประโยชน์ด้วย ถ้าเพิ่มขั้นตอนการทำให้ได้สารนั้นบริสุทธิ์ เช่น จากน้ำมันรำข้าวดิบ ในขั้นการกำจัดไขได้ไข จากขั้นการกำจัดกัมได้เลซิทิน จากขั้นการกำจัดกรดได้สบู่ จากขั้นการกำจัดกลิ่นได้ทอโคเฟอรอล และจากขั้นการทำให้น้ำมันใสจะได้สเทียริน เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถปรับปรุงคุณสมบัติของน้ำมันรำข้าวให้ดีขึ้นด้วยกระบวนการไฮโดรจีเนชั่น และปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่น รวมทั้งกระบวนการอื่นๆ ซึ่งทำให้ได้เป็นสารประกอบที่มีประโยชน์อีกหลายชนิดจากน้ำมันรำข้าวดิบและรำข้าวปราศจากไขมัน


image

ที่มา : หนังสือข้าว : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ติดต่อเรา


Read More

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์ สกัดจากส่วนที่เป็นจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวจากข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ Oryza Glaberrima อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงสามารถต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บได้ ประกอบด้วยสารที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

1.กลุ่มแกมม่า-ออรีซานอล (Gamma-Oryzanol)
มีฤทธิ์ในการลดระดับคลอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือดเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตทำให้อวัยวะสำคัญต่าง ๆเช่นตับ หัวใจสมอง ตับอ่อนและอื่น ๆ มีเลือดปราศจากโรคหัวใจโรคไต โรคตับ โรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง และ โรคความจำเสื่อม เป็นต้น และยังมีฤทธิ์ในการลดความเครียดนอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและป้องกันแสง UV ได้เมื่อใช้รับประทาน หรือทา ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่น และต้านการอักเสบชนิดนี้มีความปลอดภัยสูง

2. กลุ่มโทคอล (Tocols) วิตามินอี
วิตามินอีธรรมชาติในรูปแบบของโทโคเฟอรอล (Tocopherol) และโทโคไตรอีนอล (Tocotrienol) มีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆของร่างกาย และยังช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็ง

3.กลุ่มฟอสโฟไลปิค
เช่นเลซิตินเซฟฟาลินไลโซเลตินซึ่งมีความสำคัญในการนำไปสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาท สมองและ ช่วยป้องกันเซลล์ประสาทจากสารที่เป็นพิษ และอนุมูลอิสระต่าง ๆ ช่วยลดการเครียด และช่วยเสริมสร้างในความจำ

4. กลุ่มกรดไขมันที่จำเป็น
ได้แก่ กรดไขมันไลโนเลอิก (LA) หรือโอเมก้า 6 โดยมีอยู่ประมาณ 33%บรรเทาอาการที่เกิดจากการขาดภาวะเอสโตรเจนในหญิงวัยทองและวัยกลางคนขึ้นไป และช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและกรดไขมันไลโนเลนิค หรือโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงสมองป้องกันภาวะเสื่อมของสมอง และความจำ

5. กลุ่มเซราไมด์
ซึ่งหาไม่ได้จากอาหารอื่นมีในจมูกข้าวและรำข้าวเพียงอย่างเดียว เป็นส่วนประกอบสำคัญของชั้นใต้ผิวหนังซึ่งช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ช่วยรักษาผิวพรรณให้สดชื่นเปล่งปลั่ง ปราศจากริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนเวลาอันควรและยังมีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนเนอร์สามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้ากระจุดด่างดำของผิวพรรณได้ดี ทำให้การกระจายของเม็ดสีเป็นไปอย่างสม่ำเสมอทำให้ เซลล์ตาย และหลุดออก

6. กลุ่มวิตามิน, บี-คอมเพล็กซ์ (B1-B6) และเบต้าแคโรทีน

7.กลุ่มไฟโตสเตอรอล
สามารถลดการอักเสบ และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

8.เมลาโตนิน
ช่วยให้นอนหลับสบาย ช่วยลดอาการเครียด

การรับรองมาตรฐาน
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง

1. มาตรฐานการการผลิต GMP
(Good Manufacturing Practice)

2. มาตรฐานระบบการผลิตอาหารปลอดภัย HACCP
(Hazard Analysis and Critical Control Point)

3. มาตรฐานอาหารฮาลาล (HALAL) และโคเชอร์ (Kosher)

และที่สำคัญก็คือผ่านการตรวจสอบปริมาณสารเฮ็กเซน (Hexane) ที่ใช้ในขั้นตอนการสกัดโดยเป็นตัวทำละลายเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำมันรำข้าว ในผลิตภัณฑ์น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์ ได้รับการรับรองว่าปลอดภัย ปราศจากสารตกค้าง

ปัจจุบัน น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวที่ผลิตในประเทศไทย มีเพียงยี่ห้อเดียวเท่านั้นที่ได้รับการรับรองจากสาธารณสุขประเทศญี่ปุ่น คือ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์ (Vital Star) ซึ่งจัดจำหน่ายโดย บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด

ปริมาณ
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์ 1 ขวด มี 60 แคปซูล

ส่วนประกอบสำคัญ
ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไวทอลสตาร์ 500 mg.
- กรดโอเลอิก / Oleic Acid 200 mg.
- กรดไลโนเลอิก / Linoleic Acid 150 mg.
- แกมมาออริซานอล / Gamma Oryzanol 7.5 mg.
- วิตามินอี / Vitamin E 0.5 mg.

ผลดีจากการบริโภคน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์ สามารถรับประทานได้ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เนื่องจากเป็นผลิตผลจากข้าว 100% และ มีผลดีต่อสุขภาพดั้งนี้

แกมมาออริซานอล/กรดเฟรูลิค/กรดไขมันโอเมก้า 3
- ลดระดับไขมันในเลือด ลดระดับคลอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์, ลดอัตราการเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตัน
- เพิ่มการไหลเวียนของเลือด

แกมมาออริซานอล/กรดเฟรูลิค/โทคอลกรุ๊ป (โทโคไตรอีนอล วิตามินอี)
- ลดการอักเสบ
- เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
- ป้องกันการเกิดมะเร็ง และการกระจายตัวของมะเร็ง
- ป้องกันการแก่ก่อนวัย (Anti-Aging)

แกมมาออริซานอล/กรดเฟรูลิค/ออไรซา เซราไมด์
- คงความชุ่มชื้นของผิว
- ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ เต่งตึง

แกมมาออริซานอล/กรดเฟรูลิค
- ป้องกันผิวถูกทำลายจากแสงแดด (รังสียูวี อุลตร้าไวโอเล็ต)
- ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว ฝ้า (จากแดดและฮอร์โมน) กระ จะค่อยๆ จางลง
- เพิ่มการหลั่งฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโต (Growth Hormone)
- เพิ่มการสร้างฮอร์โมนเกี่ยวกับไทรอยด์ เนื่องจากฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโต (Growth Homone) ช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนที่เกี่ยวกับไทรอยด์
- เพิ่มความกระชับของกล้ามเนื้อ
- ลดการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ และอาการอ่อนเพลีย
- เพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกาย
- เพิ่มการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด
- ลดการสูญเสียแคลเซียมในปัสสาวะ จึงลดอัตราการดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้
- ปรับฮอร์โมนในภาวะวัยทอง และลดอาการปวดก่อนมีประจำเดือนได้ (ภาวะวัยทองทำให้เกิดการเสื่อมต่างๆ ทางร่างกายที่เห็นได้ชัด เช่น ผิวแห้ง กระดูกพรุน ผิวหนังเหี่ยว)

แกมมาออริซานอล / กรดเฟรูลิค / ฟอสฟอไรปิด (เลซิติน)
- ช่วยเกี่ยวกับความจำ
- สำคัญต่อการสร้างผนังเซลล์ประสาทของสมอง
- ปกป้องเซลล์ประสาทจากพิษและอนุมูลอิสระ
- ช่วยเสริมสร้างด้านความจำ
- ช่วยลดอาการเครียด/เพิ่มการหลั่งเอนโดฟิน (Endorphin) ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า กระชุ่มกระชวย และรู้สึกสดชื่น

p7624603n1

ขั้นตอนการบริโภค
ปกติ : 2 แคปซูล/วัน
เจ็บไข้ ป่วย ฟื้นฟู : 4-6 แคปซูล/วัน

ควรบริโภคอาหารหลักให้ครบทั้ง 5 หมู่ และให้ได้สัดส่วนที่พอเหมาะพร้อมกับออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ

อัตราค่าสมัครสมาชิก
ค่าสมัครสมาชิก 300 บาท

หมายเหตุ

รับประทานทั้งแคปซูลแล้วดื่มน้ำสะอาดตามมากๆ กรณีเด็กที่ยังกินยาเม็ดไม่ได้สามารถเจาะแคปซูลแล้วบีบน้ำมันรำข้าวและจมูก ข้าวออกมาให้รับประทานได้

รับประทานก่อนอาหารหรือหลังอาหารก็ได้ ไม่แตกต่างกัน

ผู้ที่ต้องรับประทานวันละหลายเม็ด สามารถแบ่งทานเป็นมื้อๆได้ ไม่มีผลแตกต่างกัน

จาก การศึกษาค้นคว้าทดลองของนายแพทย์เรย์.ดี แสตรนด์ ชาวสหรัฐอเมริกา ที่ได้ข้อสรุปว่า การรักษาผู้ป่วย หากจะให้ได้ผลดี ต้องมีการให้อาหารเสริมเป็นโภชนาการบำบัดด้วย จะรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียวไม่ได้

ดังนั้นผู้ที่สุขภาพร่างกายปกติ การรับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์เป็นประจำจะทำ ให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบบริบูรณ์ ทำให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วยง่าย ส่วนผู้ที่เจ็บป่วยอยู่แล้ว หากได้รับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์ร่วมกับยา แผนปัจจุบันก็จะทำให้การรักษาเห็นผลเร็วยิ่งขึ้น

**น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์ไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นสารอาหารที่สกัดจากจมูกข้าวและรำข้าวซึ่งเป็นส่วนที่มีสารอาหาร สมบูรณ์มากที่สุด ผู้ที่รับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวสกัดชนิดแคปซูลไวทอลสตาร์เป็นประจำ จึงทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นตลอดเวลา ร่างกายจึงมีภูมิต้านทานสูง เซลล์ไม่เสื่อม สุขภาพจึงดีตลอดไป**

Read More

ส่วนประกอบสำคัญในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไวทอลสตาร์

การที่ในอดีตคนไทยมีอัตราการตายจากโรคหัวใจและมะเร็งต่ำมากจนทำให้ชาติตะวันตกหันมาสนใจในรำข้าวและจมูกข้าวของไทย จึงเกิดการศึกษาวิจัยค้นคว้าจนพบว่า สาร Gamma-Oryzanal ในรำข้าวและจมูกข้าวนั้นมีประโยชน์มหาศาลในการป้องกันและบำบัดภาวะโรคเสื่อม (สาร Gamma-Oryzanal จะสลายตัวไปหากขัดสีข้าวแล้วเกิน 24 ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องใช้รำข้าวสดที่เก็บไว้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง) ไขมันที่อุดตันในเส้นเลือดเป็นสาเหตุของโรคชุดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกันเมื่อมีไขมันในเลือดสูง ส่งผลให้เกิดการอุดตันในหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้หัวใจทำงานหนักจึงเกิดโรคหัวใจโต หากไขมันในเส้นเลือดอุดตันทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจวาย ภาวะอุดตันของไขมันในหลอดเลือดหากเกิดในสมองก่อให้เกิดอัมพฤกษ์ หากเลือดไหลเวียนไม่ดีส่งผ่านออกซิเจนไปได้น้อย เหมือนร่างกายขาดอากาศหายใจจึงเกิดความเสื่อมของอวัยยวะ ทั้ง ตับ ไต หัวใจ สมอง ฯลฯ ทางการแพทย์ยังไม่ยาตัวไหนที่สลายไขมันอุดตันได้ แต่ Gamma Oryzanol มีงานวิจัยว่าช่วยลดการตีบตันได้ ทำให้หลอดเลือดขยายกว้างขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงเกิดภาวะการไหลเวียนเลือดดีขึ้น แล้วอวัยวะกลับฟื้นตัวมาทำงานดีขึ้น

rice_o

-กรดไขมันไลโนเลนิค ( Linolenic acid ) หรือ โอเมก้า 3 (Omega 3) ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันภาวะ เสื่อมของสมองและความจำซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นโดยมีอยู่ประมาณ 33 %

-กรดไขมันไลโนเลอิค ( Linoleic acid ) หรือโอเมก้า 6 (Omega 6) ช่วยให้ผิวหนังสดใสและช่วยระบบสืบพันธุ์ให้ทำงานเป็นปกติ ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็น โดยมีอยู่ประมาณ 33 % ช่วยรักษาอาการผิดปกติของ ชาย หญิง วัยเจริญพันธุ์ และสตรีวัยทอง


*** สุขภาพที่ดีต้องเริ่มจากภายใน น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ชนิดแคปซูล Vital Star

-สารแกมม่า-ออไรซานอล Gamma-Oryzanol
ช่วยลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์( Triglyceride ) ใน เส้นเลือด ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตและยังมีฤทธิ์ในการลดความเครียด ทำให้อวัยวะ สำคัญต่างๆ เช่น ตับ ไต หัวใจ สมอง ตับอ่อน และอื่นๆ มีเลือดไปเลี้ยงมากขึ้นและที่เสื่อมสภาพก็กลับฟื้นตัว และทำงานได้อีกครั้ง ช่วยลดอัตราการ เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ, โรคตับ, โรคไต, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง และโรคความจำเสื่อม เป็นต้น
นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(Oxidation) และยังป้องกันแสงยูวีได้

-สารฟอสโฟไลปิด (Phospholipids) เช่น เลซิติน (Lecithin), เซฟฟฟาลิน (Cephalin), ไลโซเลซิติน (Lysolecithin)ซึ่ง มีส่วนสำคัญในการนำไปสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาทสมอง และช่วยป้องกันเซลล์ประสาทจากสารที่เป็นพิษและอนุมูลอิสระต่างๆ ช่วยลดการเครียด และช่วยเสริมสร้างในด้านความจำ ช่วยลดระดับของ แอล ดี แอล (LDL) คอเลสเตอรอล ซึ่งก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย ช่วยเพิ่มระดับของ เอช ดี แอล (HDL) คอเลสเตอรอล ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดระดับไขมันไตรกรีเซอไรด์ ( Triglyceride ) ในเส้นเลือด มีผลให้ความดันโลหิตลดลงและช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

rice_l

-โทคอล(Tocols) วิตามินอีธรรมชาติ ในรูปของโทโคเฟอรอล ( Tocopherol ) และโทโคไทรอีนอล ( Tocotrienol )
มีประโยชน์ในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกายและยังช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ(Oxidation) ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง

-สารออไรซ่า เซราไมด์ ( Oryza Ceramide )
เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น การเสริมเซราไมด์ให้เพียงพอทั้งโดยการรับประทานหรือการให้ทางผิวหนังใน รูปการทาครีมหรือโลชั่น จะช่วยรักษาผิวพรรณให้สดชื่นเปล่งปลั่งปราศจากริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร
นอกจากนี้เซราไมด์ยังมีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนเนอร์ (Whitener) ซึ่งสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน (Melanin) อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวพรรณได้ดี และยังเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวอีกด้วย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้นุ่มนวลอ่อนเยาว์ ลบเลือนริ้วรอย ด่างดำ เหี่ยวย่น ฝ้าและกระ

rice_H

Read More

ตัดสินใจทำธุรกิจระบบเครือข่าย

การตัดสินใจทำธุรกิจเครือข่าย มีข้อควรพิจารณา เพื่อให้เราสามารถ ไขว่คว้า แสวงหา ความสำเร็จจากการทำธุรกิจได้ ไม่ใช่ทำไปแล้ว กลับถูกหลอกให้ ทำแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมันเป็นเรื่องผิดกฎหมายเกี่ยวกับการระดมเงิน การพิจารณาระบบเครือข่าย ที่ดี กับดูแชร์ลูกโซ่ให้ รู้ แล้วเราจะไม่เป็นเหยื่อ ซึ่งหลักการพิจารณาควรดูถึงปัจจัย เหล่านี้

ในแง่มุมบริษัท

ควรพิจารณาบริษัท หลายๆแง่มุม เพื่อให้มั่นใจว่า ธุรกิจของบริษัท ไม่ใช่ รวยแล้วเลิก หรือ เลิกก่อนโรยลา โดยดูจากcompany

-ปรัชญาวิสัยทัศน์ของบริษัทหรือผู้บริหารองค์กรใหญ่

-ประวัติความเป็นมาของบริษัท /เบี้องหลังธุรกิจ

-ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ของบริษัท / หรือผู้บริหาร

-ความมั่นคง เงินทุน ประสบการณ์ของบริษัท

ในแง่ผลิตภัณฑ์

พิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัท ที่มีอยู่เหมาะสมกับกลุ่มคนที่เรารู้จักมากน้อย เพียงใด โอกาสทางการตลาด ของผลิตภัณฑ์ เป็นอย่างไร มีความแตกต่าง แล้วหาจุดขายโดดเด่น หรือไม่ ตลอดจนมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์อย่างไร มีคุณภาพมาตรฐานที่จะสร้างความมั่นใจว่า ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สมราคา และ ผู้จำหน่ายตรงได้รับความสำเร็จอย่างไร ?

ในแง่แผนการตลาด

พิจารณาการขยายแผนการตลาด เกิดความยืดหยุ่น ง่ายต่อการทำหรือ ไม่ ต้องสต๊อค ต้องรักษายอด หรือไม่เมื่อขึ้นตำแหน่ง การขึ้นตำแหน่งแต่ละขั้นยากต่อการทำ หรือ ไม่

แนวทางที่จะประสบความสำเร็จ

หากสินค้าดี แผนการตลาดดี บริษัทดี เป็นน่าเชื่อถือ จะต้องมีการจัดระบบงานดี หรือมีหน่วยคอยสนับสนุนสมาชิกให้ช่วยประสพความสำเร็จ อันได้แก่

-มีองค์กรสนับสนุนพัฒนาบุคลากร และทีมงานคอยช่วยเหลือ

-อัพไลท์ มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ จริงจัง ทุ่มเทมากน้อยเพียงใด

-ผู้นำระดับต่างๆที่เหนือๆขึ้นไปให้ความช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จได้แค่ไหน

-จุดเด่นขององค์กร และทีมงาน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อการสร้างทีมงานของเรา มากน้อยแค่ไหน

manager

"สิ่งที่เราปรารถนา คือ เงิน ความสุข ความมั่นคง อิสรภาพ ความหวัง รางวัลแห่งชีวิต ความสำเร็จ แต่อย่างไร ก็ ตาม หาก แผนการตลาดดี สินค้าดี บริษัทดี ทีมงานให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่พร้อมที่จะให้เกิดความสำเร็จ สักแค่ไหน ทุกสิ่งทุกอย่าง จะไม่บังเกิด หากไม่เริ่มต้น ที่ตัวเราก่อน "

ติดต่อเรา

Read More

จุดขาย

concept-j1aj_small_resize

หัวใจของการทำการตลาดไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือบริการคือการจะต้องค้นหา และกำหนดจุดขายที่ชัดเจน จุดขายที่บางคนอาจจะเรียกว่าเป็นการวางตำแหน่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ เป็นเรื่องที่จำเป็นยิ่งในภาวะที่มีสินค้ามากมายในตลาด และต่างก็พยายามที่จะแย่งที่ยืนในใจของผู้บริโภค จุดขายที่โดดเด่น แตกต่าง และเป็นที่จดจำได้เท่านั้นจึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ สินค้าประเภทเดียวกันบางทีคุณภาพแทบไม่ต่างกัน แต่ก็ต้องพยายามหาจุดขายที่จะสร้างความรู้สึกในใจของลูกค้าให้ได้ว่าไม่เหมือนกัน ทดแทนกันไม่ได้ ไม่ว่าจะโดยข้อเท็จจริง หรือจะโดยเพียงความรู้สึกนึกคิดก็ตาม

การสร้างจุดขายเป็นความพยายามสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง ซึ่งก็อาจจะสร้างได้จากหลายมิติด้วยกันเป็นต้นว่าจุดขายบนตัวสินค้าเอง ตั้งแต่รูปลักษณ์ของตัวสินค้า ประสิทธิภาพของสินค้า ความทนทาน ความวางใจได้ในคุณภาพ รูปทรง การออกแบบ ประเภทเร็วกว่า ดีกว่า สวยกว่า ทนทานกว่าทั้งหลาย สินค้าอย่างโทรศัพท์มือถือ เครื่องไฟฟ้า บ้านจัดสรร เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างจุดขายบนมิติประเภทนี้

จุดขายอาจจะอยู่บนมิติของบริการ ตั้งแต่การสั่งซื้อที่ง่ายดาย การขนส่งที่รวดเร็ว การติดตั้ง การซ่อมแซม การรับประกัน การให้บริการหลังการขายต่างๆ รวมไปถึงการให้ความรู้ และการอบรมให้ลูกค้าใช้งานได้ อย่างเช่น รถยนต์ ซอฟท์แวร์ ร้านอาหารฟาสฟู๊ด และเฟอร์นิเจอร์ จุดขายบนตัวพนักงานของบริษัท เช่นความรอบรู้เชี่ยวชาญ ความสุภาพอ่อนน้อม ความน่าเชื่อถือ ความกระตือรือร้น ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม สายการบิน คอมพิวเตอร์ ห้างสรรพสินค้า มักจะขายกันที่จุดขายประเภทนี้แหละ

concept-01qh_small_resize

จุดขายยังอาจถูกกำหนดจากมิติอื่นๆ ได้อีกเป็นต้นว่าวิธีการจัดจำหน่าย เช่นเครื่องสำอางค์ขายตรงก็สร้างความต่างไปจากเครื่องสำอางค์ที่ขายที่เคาน์เตอร์ในห้าง ธุรกิจดอกไม้เจ้าหนึ่งสั่งซื้อได้ทางโทรศัพท์ หรืออินเตอร์เน็ทแล้วส่งได้ทั่วประเทศก็นับเป็นความต่างที่น่าสนใจ นอกจากนั้นการมีสาขา หรือร้านที่กระจายออกไปทั่วให้ซื้อง่ายขายคล่องก็เป็นความแตกต่างในเรื่องช่องทาง หรือวิธีการจัดจำหน่ายเหมือนกัน สุดท้ายจุดขายยังอาจถูกกำหนดจากความแตกต่างในเรื่องภาพพจน์ในใจของลูกค้าเองด้วย ถ้าเคยดูโฆษณาของรังนกสองยี่ห้อดังในตลาด ซึ่งที่จริงถ้าเอาฉลากออกแล้วทดลองให้คนลองกินดู เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยไม่มีใครแยกออกว่ายี่ห้อไหนเป็นยี่ห้อไหนแน่ แต่ยี่ห้อหนึ่งจะบอกจุดขายว่ากินเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะซื้อให้ผู้หลักผู้ใหญ่คนเฒ่าคนเเก่กิน ส่วนอีกยี่ห้อมีจุดขายที่กินแล้วดูดี กินแล้วหน้าอ่อนกว่าวัย หรือดูหล่อว่างั้นเถอะ ซึ่งที่จริงเป็นจุดขายที่ออกจะอันตรายอยู่สักหน่อยเพราะเป็นการทำให้สังคม และผู้บริโภคเข้าใจไขว้เขว และหมิ่นเหม่กับจรรยาบรรณของการค้าขายอยู่เหมือนกัน เพราะว่าไม่มีใครหล่อเพราะกินรังนกหรอก

จุดขายที่ดีต้องแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือจุดขายที่ยังไม่มีใครเคยมีมาก่อน เช่นสายการบินเรามีจอทีวีส่วนตัวให้ทุกที่นั่งก่อนใคร มีอินเตอร์เน็ทให้เล่นทุกที่นั่ง โรงหนังมีที่นั่งประเภทนอนดูจุดขายที่ดีต้องโดดเด่นเหนือคนอื่น เช่น รับประกันส่งพิชซ่าถึงบ้านใน 10 นาที ในขณะที่คนอื่นเขาใช้ 30 นาที หรือบัตรเครดิตของเราอนุมัติได้ใน 24 ชั่วโมง แถมยกเว้นค่าธรรมเนียมตลอดชีวิตอีกด้วย

จุดขายต้องเป็นรูปธรรม พอที่จะสื่อสารให้ลูกค้ามองเห็นได้ สเปรย์ฉีดดับกลิ่นตัวประเภทผู้ชายใช้แล้วมีผู้หญิงเสียสติมาทำร้ายร่างกายกันนี่จับต้องไม่ได้ เอาไปใช้จริงๆ ก็ไม่ยักมีใครมาตบตีแย่งตัวคนใช้กัน หนังโฆษณาที่ทำออกมาทำนองนี้ทำได้แค่ให้คนดูสนุก หรือขบขันปนสังเวชเท่านั้นไม่ได้สร้างจุดขายที่แรงพอแต่ประการใด

จุดขายต้องยากที่จะเลียนแบบ จุดขายแบบนี้ต้องอาศัยความสามารถทางเทคนิคด้วย ยิ่งคู่แข่งเลียนแบบได้ยากเท่าไรจุดขายนั้นก็แรงนาน ขายได้นาน และกำไรนานไปด้วย อย่างร้านอาหารอร่อยๆ หรือยาสูตรลับเฉพาะเป็นต้น

ไม่ใช่แค่สินค้าหรือบริการเท่านั้นที่ต้องหาจุดขาย คนเราก็ต้องมีจุดขายเหมือนกัน ดูอย่างนักการเมืองคนหนึ่งก็เล่นเรื่องผู้หญิงกับเด็กอย่างเดียวเลย เวลามีเรื่องราวเธอไปเร็วกว่าตำรวจด้วยซ้ำ เอาตัวเด็กปิดหน้าปิดตาขึ้นโรงพักบ่อยเสียจนกลายเป็นจุดขายชั้นดี เล่นกับจุดขายนี้อย่างเดียวจนเดี๋ยวนี้เวลามีเรื่องเด็กผู้หญิงถูกทำมิดีมิร้าย ชาวบ้านแจ้งเธอแทนที่จะแจ้งตำรวจไปเสียแล้ว เป็นต้น

สรุปว่าต้องสร้างความต่างให้เป็นจุดขาย ถ้ารู้จักสร้าง รักษา สื่อสารและส่งเสริม จุดขายจะเป็นจุดแข็งที่เอาชนะคู่แข่งได้เสมอ ไม่ว่าจุดขายนั้นจะเป็นของสินค้า บริการ บุคคล หรือองค์กร

ติดต่อเรา

Read More

การนำการตลาดแบบดึงดูด มาใช้กับธุรกิจเครือข่าย

concept-04_small_resize

เมื่อนำระบบ Attraction Marketing หรือระบบการตลาดแบบดึงดูดมาใช้กับธุรกิจเครือข่ายของเรา สิ่งต่อไปนี้ที่จะถ่ายทอดคือวิธีการที่จะนำเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับเครือข่าย

การที่การตลาดแบบดึงดูดของเราจะสมบูรณ์เมื่อเราทำการโปรโมตความเป็นมืออาชีพ ของเรา จนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คน ผ่านระบบต่างๆและเครื่องมือที่เราใช้ในการโปรโมตตัวเอง ทุกคนจะรู้จักเราในฐานะผู้เชี่ยวชาญหรือ Expert ทางด้านเครือข่าย เมื่อนั้นละเราจะเปรียบเสมือนแม่เหล็กในการดึงดูดคนเข้ามาร่วม

หัวใจของการทำเครือข่ายอย่างแรก คือ การสร้างลิสต์รายชื่อคนที่สนใจ เป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรก สิ่งเก่าๆที่หลายๆคนทำกันมาก่อนไม่ว่าจะเป็นการสร้างลิสต์รายชื่อจากคน รู้จัก (เราให้นิยามว่า 100 คนแรกที่คุณจะไล่เขาจากชีวิต) หรือการที่เลือกที่จะใช้เงินไปโฆษณาตามเวป บางคนใช้การซื้อรายชื่อจากที่ปรึกษา หรือบางคนเลือกการสแปมเมล์(ผิดกฎหมาย) อาจจะเวิร์คบ้างแต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องใช้ทั้งเวลาหรืองบประมาณไปตลอดของการ สร้างรายชื่อ แถมยังต้องเหนื่อยในการทำงานสำหรับแทบทุกธุรกิจที่ระบบการติดตามไม่มี ต้องโทรตามเอง การสร้างรายชื่อของระบบ Attraction Marketing เมื่อท่านเป็นมนุษย์แม่เหล็กแล้ว ด้วยความเชื่อมั่นที่มีในตัวท่าน คนจะขยับตัวตามท่านไม่ว่าท่านจะขยับไปทิศทางไหน โดยที่ท่านไม่ต้องเสียเวลาโฆษณาตัวธุรกิจ เพราะตัวท่านคือเครื่องหมายการันตีอยู่แล้ว งานของท่านจะไม่ใช่การสร้างลิสต์รายชื่อคนสนใจในธุรกิจนั้นๆ แต่จะเป็นการสร้างลิสต์รายชื่อคนที่อยากเรียนรู้การทำธุรกิจให้สำเร็จ คนที่สนใจว่าท่านจะเอ่ยอะไรออกมา

หัวใจอย่างที่สอง คือ การติดตาม ในหลายๆธุรกิจปัจจุบัน การติดตามของคนส่วนใหญ่อยู่ในรูปของการโทรศัพท์ แน่นอนว่า โอกาสที่เขาจะมาร่วมกับเรามันขึ้นกับหลายปัจจัยมาก เมื่อท่านอารมณ์ดี อารมณ์เสีย สัญญาณโทรศัพท์ เวลาที่จะใช้ในการคุย และอื่นๆ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความล้มเหลวได้ง่ายๆในการติดตามผล ถึงแม้ท่านจะเป็นมืออาชีพเท่าไหร่ก็ตาม ท่านใช้สคริปที่เทพเขียนให้ก็ตาม นอกจากนี้ท่านยังถูกจำกัดด้านเวลาที่จะนำมาใช้ในการติดตามผล ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเกิดผลลัพธ์อย่างไรด้วยซ้ำไป รายชื่อบางรายชื่อ เมื่อท่านโทรไป เขาไม่สนใจยังทำให้ท่านรู้สึกท้ออีก หรือแม้กระทั่งคนที่สนใจแต่ยังไม่ตัดสินใจ ท่านจะโทรตามได้กี่ครั้งกัน สุดท้ายก็ต้องทิ้งรายชื่อที่ได้มาโดยยากลำบากไป เกิดแบบนี้กับเครือข่ายที่ท่านทำอยู่ใช่ไหม !!!! วิธีการติดตามของระบบ Attraction Marketing คือการติดตามผ่านทางอีเมล์ที่เรียกว่า Email Marketing เป็นการติดตามที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด เราไม่ต้องเหนื่อยกับการคุยกับคน เราจะถูกคนที่สนใจจริงๆเท่านั้นโทรมาหาหรืออีเมล์มาถาม เห็นไหมคะว่าการคุยกับคนที่สนใจมันจะง่ายกว่าเยอะ ท่านสามารถให้ข้อมูลในแบบที่ระบบท่านมีกับเขาได้เลย ในขณะเดียวกันยังทำให้คนที่อาจจะเข้ามาเป็น lead ของท่านโดยบังเอิญ กลับเข้ามาสนใจในสิ่งที่ท่านทำอยู่ คนที่สนใจจะได้รับอีเมล์จากระบบที่ส่งไปหาเขาเรื่อยๆตามที่ท่านต้องการ(ส่งเมล์แบบนี้ถูกกฎหมาย) ท่านจะไม่สูญเสียรายชื่อที่หามาโดยลำบากไปฟรีๆ ยิ่งถ้าท่านมีลิสต์รายชื่อเยอะๆ การติดตามแบบนี้จำเป็นมากๆ เพราะท่านจะโทรศัพท์อย่างเดียวคงไม่ไหว
ทุกวันนี้บางธุรกิจในบ้านเราก็ เริ่มมีการใช้ระบบ Email Marketingแต่อย่าลืมว่า Email Marketing เป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบ Attraction Marketing เพราะหัวใจของการตลาดแบบดึงดูดคือการสร้างความเชื่อมั่นของคนอื่นในการเป็น มืออาชีพของคุณเอง

หัวใจอย่างที่สาม ของเครือข่ายคือการปิดการขาย หรือการปิดการรับสมัครคน ท่านเห็นไหมว่า สองอย่างแรกเราสามารถใช้ระบบทำแทนเราได้ หน้าที่ของเราในการตลาดแบบดึงดูดก็คือ การปิดการขายและรับสมัครคน เมื่อระบบการตลาดแบบดึงดูดของท่านแกร่งจริงๆ ท่านไม่ต้องโน้มน้าวอะไรเขาทั้งสิ้น หน้าที่ของท่านคือดูว่าเขาจริงจังแค่ไหน ถ้าไม่จริงจังก็ปฎิเสธเขาที่จะให้เข้าร่วมไป เพราะท่านจะรู้ว่าเสียเวลาเปล่ากับคนที่ไม่จริงจัง และจงสอนการตลาดแบบที่ท่านทำอยู่กับคนที่เขามาร่วมกับท่าน เห็นไหมว่าบทบาทของท่านจะถูกเปลี่ยนจากตามล่าคน กลายเป็นคนที่ถูกเขาตามล่า

ติดต่อเรา

Read More

สร้างเครือข่าย ขยายโอกาส

pp1_resize

เครือข่ายเป็นการสร้างและเอื้อผลประโยชน์ระหว่างกัน.... หากเรายิ่งแบ่งปันหรือขยายไมตรี และความสัมพันธ์ออกไปมากเท่าไร เราจะยิ่งได้รับความสัมพันธ์ตอบกลับคืนมามากขึ้นเท่านั้น

ระบบเครือข่าย โดยเฉพาะกับสังคมอย่างบ้านเราที่ยังคงให้ความหมายกับการนับญาติ นับเพื่อน การเกื้อกูลในระหว่างคนที่อยู่ในเครือข่ายด้วยกันจึงเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น ไม่ว่าจะในเรื่องทางสังคม เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องธุรกิจ การสร้างเครือข่าย (Networking) หมายถึงกระบวนการให้ การสร้าง และแบ่งปันไมตรีหรือความสัมพันธ์ระหว่างกันที่อาจจะส่งผลดีมาถึงงานในอนาคต
ในชีวิตเรามีคนผ่านเข้ามามากมาย ยิ่งได้รู้จักได้สัมผัสกับคนมากเท่าไร โดยเฉพาะกับคนที่เกี่ยวข้องในแวดวงการทำงาน เครือข่ายของเราก็จะยิ่งกว้างไกล ทำให้ได้รับข่าวสารที่มีคุณค่ามากขึ้น และยังเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจ และขยายตลาดมากขึ้นด้วย

หลักการพื้นฐานของการสร้างเครือข่ายคือหลักที่ว่าเครือข่ายเป็นการสร้าง และเอื้อผลประโยชน์ระหว่างกัน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ แต่ว่าแต่ละคนจะสามารถเรียนรู้และได้ประโยชน์จากกันและกัน หลักอีกประการคือหากเรายิ่งแบ่งปันหรือขยายไมตรี และความสัมพันธ์ออกไปมากเท่าไรเราจะยิ่งได้รับความสัมพันธ์ตอบกลับคืนมามากขึ้นเท่านั้น
เครือข่ายหรือความสัมพันธ์ไม่จำเป็นจะต้องได้มาจากคนที่เราพบปะหรือเกี่ยวข้องด้วยโดยตรงในงานเสมอไป บางทีก็มาแบบอ้อมๆ หลายอ้อมด้วยซ้ำไป อย่างเช่นมาจากครอบครัว จากพ่อแม่เราเองหรือคนที่พ่อแม่เรารู้จัก จากพี่น้อง เพื่อนๆ ของพี่น้อง ไปจนกระทั่งญาติ ใครอยากได้อะไร อยากซื้อหาอะไร มีอะไรดีที่ไหนข้อมูลอะไรน่าสนใจ

บางทีการสร้างเครือข่ายกับหัวหน้าหรือเจ้านายก็เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง ทั้งเจ้านายปัจจุบัน และเจ้านายเก่า จากเพื่อนๆ พนักงานด้วยกันเองก็ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะพนักงานเก่าหรือใหม่ จะช่วยขยายวงกว้างของเครือข่ายของเราได้อีกมาก

เครือข่ายที่มาจากลูกค้าเป็นสิ่งที่พบเห็นได้เสมอๆ หลายบริษัทมีโปรแกรมประเภทสมาชิกแนะนำสมาชิก (Member gets Member) นั่นคือลูกค้าซื้อของแล้วก็ช่วยแนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักอื่นๆ ให้อีก บริษัทเขารู้ว่าเครือข่ายแบบนี้ทำงานได้ผลดีก็เลยมีรายการสมาชิกแนะนำสมาชิกเสียเลย เพื่อจูงใจให้ลูกค้าไปขยายเครือข่ายลูกค้าต่อเนื่องให้เขาอีกโดยมีสิ่งจูงใจให้ต่างๆ นานา

คู่ค้าของเรา เช่นผู้ขายวัตถุดิบ คนกลางทั้งยี่ปั๊ว ซาปั๊วและอีกหลายๆ ปั๊ว ต่างอยู่ในเครือข่ายที่สามารถแนะนำบอกต่อหรือให้ข้อมูลเพื่อการขยายตลาด หรือความสัมพันธ์ได้ทั้งนั้น พวกนักวิชาชีพทั้งหลาย เช่นสำนักงานบัญชี สำนักงานทนายความ ที่ปรึกษาทางธุรกิจ เจ้าหน้าที่ธนาคารที่เราใช้บริการก็เป็นคนที่สามารถขยายเครือข่ายของเราได้ เช่นเดียวกับคนใกล้ๆ ตัวอย่างเพื่อนโรงเรียนเก่า ครูบาอาจารย์เก่าเพื่อนบ้านข้างเคียงหรือคนไกลตัวหน่อย เช่นคนที่เจอกันที่วัด นิทรรศการ งานแนะนำสินค้า สถานที่ออกกำลังกาย และงานสังคมอื่นๆ ฯลฯ

หลักปฏิบัติ 10 ข้อที่จะสร้างนิสัยของการเป็นนักสร้างเครือข่าย


1.แลกนามบัตรเสมอ พกนามบัตรติดตัวตลอดเวลา และเป็นฝ่ายหยิบยื่นให้ก่อนพร้อมแนะนำตัว ถ้าเป็นผู้ด้อยอาวุโสกว่า อย่าลืมเอ่ยประโยคทำนอง "ขออนุญาตแนะนำตัวครับ/ค่ะ ผม/ดิฉัน………" ประเภทที่อีกฝ่ายส่งนามบัตรมาให้แล้วตอบกลับไปว่า "ขอโทษครับนามบัตรหมด" หรือ "ขอโทษครับลืมเอานามบัตรมา" อย่างนี้ควรเรียกนักสร้างเครือข่ายอ่อนหัด
2.อย่ายืนหลบมุม ใครๆ เขายืนจับกลุ่มคุยกัน หากไปยืนแอบอยู่หลังเสาหรือมุมมืดคนเขาจะนึกว่ามีปัญหาหรือทำอะไรผิดไม่กล้าสู้หน้าคน หวังจะสร้างเครือข่ายต้องเดินเข้าหาคนอื่นได้อย่างมั่นใจเสมอ
3.สอดส่ายมองหา กราดสายตาไปให้ทั่วว่าในที่นั้นมีใครที่เรารู้จักพอที่จะเข้าไปร่วมวงสนทนาได้บ้าง เมื่อคิดจะขยายเครือข่ายก็ต้องหมั่นสอดส่ายสายตาไปที่คนหลายๆ กลุ่ม เครือข่ายจะได้กว้างขึ้น
4.ผูกมิตรในเวลาที่ไม่คิดว่าจะต้องการมิตร บางคนอาจเหม็นเบื่อกับการผูกไมตรีกับผู้คน เพราะรู้สึกว่ามีเพื่อนอยู่มากมายจนเกินพอแล้ว หรือไม่ก็ยังไม่อยู่ในอารมณ์ที่ต้องการเพื่อนฝูงคนรู้จักเพิ่มเติม แต่หารู้ไม่ว่าในเวลาอย่างนั้นแหละคือเวลาที่สมควรจะสร้างมิตร เพราะหากไปสร้างมิตรเอาเวลาที่ตัวเองเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ คนเขาจะกังขาเอาได้ว่ามาผูกมิตร เพราะหวังประโยชน์จากเขา
5.รู้จักสนใจคนอื่นเสียบ้าง นักสร้างเครือข่ายจะสนใจและให้ความสำคัญกับคนรอบๆ ข้างเสมอ ไม่ผูกขาดการสนทนาอยู่คนเดียว รู้จักสังเกตสีหน้าของคนรอบข้าง อ่านความสนใจของคนอื่นออก และชื่นชมคนอื่นเป็น
6.ติดตามผล หากได้ช่วยเหลือเกื้อกูลใครที่อยู่ในเครือข่ายแล้ว ก็อย่าลืมติดตามถามไถ่ด้วยว่าได้ผลดีขนาดไหนอย่างไร ความสัมพันธ์ที่เราให้ไปเป็นประโยชน์กับเขาเพียงใด
7.ไม่ขาดการติดต่อ เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์ขาดตอนต้องไม่ขาดการติดต่อ ความสัมพันธ์ก็เหมือนกับต้นไม้ที่ต้องการการดูแลใส่ใจ รดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยอยู่เสมอ เพื่อให้ความสัมพันธ์งอกงาม
8.ทำตัวเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่แขก เมื่อพบสนทนากับใคร การทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของบ้านที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ต้องรู้จักบริการผู้คนรอบข้าง อ่อนน้อมและแสดงน้ำใจ

9.ทบทวนความสัมพันธ์ นานๆ ทีก็ต้องทบทวนดูบ้าง ว่าใครที่เราขาดการติดต่อมาเนิ่นนานสมควรจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ ใครบ้างที่สมควรจะกระชับความสัมพันธ์ต่อเนื่อง ใครบ้างที่ไม่อยู่ให้สานต่อความสัมพันธ์แล้ว

10.แบ่งปันความสัมพันธ์ แบ่งปันเครือข่ายของเราให้กับคนรอบข้างที่เขาต้องการด้วยเสมอ เขาจะได้แบ่งปันเครือข่ายของเขามาให้เราด้วย เมื่อนั้นเครือข่ายของเราก็จะกว้างไกลไม่สิ้นสุด
ทำได้ทั้ง 10 ข้อรับรองว่าจะเป็นนักสร้างเครือข่ายมืออาชีพ แม้จะไม่ครบ หากแต่เมื่อลงมือทำบางข้ออย่างตั้งใจ จะพบว่าเครือข่ายขยายกว้างออกไปทีละนิดทีละหน่อยพร้อมๆ กับโอกาสของชีวิตและธุรกิจ มีคนรอบข้างมากมายรอให้สร้างเครือข่ายอยู่แล้ว ลงมือทำเดี๋ยวนี้เลยเป็นไง

ติดต่อเรา

Read More

ทำไมทำธุรกิจเครือข่ายแล้วไปไม่รอด ?

logo

หลายคนล้มเลิกการทำธุรกิจเครือข่ายไปเสียกลางคัน หรือกลางทาง ไปไม่ถึงดวงดาว ทั้งที่ ธุรกิจ นี้ไม่ได้ลงทุนเป็นตัวเงิน เพราะฉะนั้น ไม่มีคำว่า ล้มเหลว มีแต่ล้มเลิก หลังจากลงแรงไปได้ สักพัก และบางคน ก็คิดว่าทำธุรกิจนี้ทำวันนี้ได้ ผลวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ได้เกิดได้ รวยได้เพียงคืนเดียว ยกเว้น จะถูกล๊อตเตอร์รี่ เท่านั้น ทำธุรกิจ นี้ คิดได้เลยว่า3-6เดือน มันจะมีดัชนีชี้วัดออกมา แต่คนส่วนใหญ่มักใจร้อน และที่ เป็นสาเหตุหลักใหญ่ๆ ที่คนล้มเลิกจากการทำธุรกิจ มีดังนี้

แพ้ภัยตัวเอง

นักขายตรงที่ทำธุรกิจ หรือ ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ แล้วไม่รวย ไปไม่ถึงดวงดาวมีที่มาจาก

จับปลาหลายมือ ขายหลายอย่าง แต่เอาดีไม่ได้เลย สักอย่าง บริษัท นี้ ก็เป็น นู่นก็เป็น บางทีเป็นเสียจนสินค้ามาชนกันเอง ยังแยกไม่ออก มั่วไปหมด อธิบายให้ ตัวเองยังไม่ถูกเลย แล้ว คนฟัง จะไปรู้เรื่องได้ไง

ไม่เชื่อถือบริษัท มีทัศนคติไม่ดี ต่อองค์กร ทำงานไปตำหนิ บริษัท ของตนเองให้ทีมงานฟัง แล้วใครจะเชื่อถือ ตัวท่าน หรือวางใจบริษัท ว่าเป็นแบบท่านพูด หรือไม่ เท่ากับสู่ยุทธการทำร้ายตัวเอง

ไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ไม่เอาจริงเอาจัง มัวแต่ทำเล่นๆ หรือจับจดจับจ่อ

เก่งแต่หาข้ออ้าง กล่าวคำแก้ตัวเสมอ ขาดวินัยการทำงาน และผลัดวันประกันพรุ่ง

ทำงานอย่างขาดแรงจูงใจ ไม่มีความต้องการ ไม่ทุ่มเทต่อการงาน ขาดเป้าหมาย ขาดความทะเยอทะยาน และขาดจุดมุ่งหมายในชีวิต

ไม่เข้าใจรูปแบบ คือไม่เข้าใจว่ารูปแบบของความสำเร็จทางธุรกิจเครือข่ายต้องอาศัยเวลาไม่น้อยกว่า 6เดือนในการเริ่ม หรือ อย่างเร็ว 3 เดือน ผ่านไปแล้ว จึงจะเห็นผล ต้องให้ความสำคัญต่อการประชุมเป็น อย่างมาก การสร้างบ้าน สร้างอนาคต ไม่มีสิ่งใดลงวันนี้ จะสำเร็จพรุ่งนี้

เซ็งคนรอบข้าง

ทำงาน แล้ว คนรอบข้างที่ใกล้ชิด พูดให้แต่ข้อเสียธุรกิจ นี้ ทั้งๆที่เขาไม่เคยทำ หรือทำมาเพราะตัวเองล้มเหลว ก็เลยมาพูดกรอกหูทุกวัน จนเกิดอาการ คล้อยตาม หรือญาติพี่น้อง มองเป็นเรื่องไร้สาระ คิดแบบเก่า ไม่เข้าใจธุรกิจ

หัวหน้าทีมไม่ดี

ดาวน์ไลท์หลายๆคน ต้องอำลาวงการไปอย่าง น่าใจหาย เพราะมีปัญหากับอัพไลท์ จอมเบี้ยว พูดง่ายว่า เจออัพไลท์ หรือ หัวหน้าทีม จอมเล่ห์กล ประเภท ฝากเบิกสินค้า แต่ไม่ได้สินค้า ได้สินค้า แต่ไม่ได้ยอดขาย ได้ยอดขาย แต่ไม่เคยได้โบนัส โบนัสที่จะได้ รอกันแบบแทบชั่วอายุอัพไลท์ บางคน ขนาดเล่ห์เหลี่ยมจัด หลอกคนที่เป็น ดาวน์ไลท์ ที่รู้น้อยกว่า ให้ขนเงินขนทอง มาปิดยอดเพื่อหวังสมบัติ รางวัล หรือโบนัสพิเศษ หรือการเลื่อนตำแหน่ง ของตัวเอง เจอเข้าแบบนี้ก็กระอักเลือดกันทุกคน

บริษัทมีปัญหา

ขาดความเป็นมืออาชีพในการบริหาร ขาดประสบการณ์ ขาดการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน แม้ว่าการวิเคราะห์ทางด้านการตลาดหัวใจสำคัญ ยังมั่ว ไม่จริงจัง จริงใจ ขาดจริยธรรมและไม่ซื่อสัตย์ต่อผลิตภัณฑ์ หลายต่อหลายธุรกิจ ทำให้ บริษัทเหล่านี้ หยุดชะงัก และล้มตายไปในที่สุด มักมาจาก

ปัญหาจากสินค้า

คือคุณภาพสินค้าไม่ได้ มาตรฐาน ลูกค้าเจอเข้าไปครั้งเดียว จอด แล้วใครจะมาซื้อซ้ำสอง ซ้ำสาม ราคาเกินจริง หรือ ประเภทสินค้า มีการขาดสต๊อคยู่บ่อย ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ฯลฯ

ปัญหาจากแผนการตลาด

จัดทำแผนการตลาดโดยไม่คำนึงถึงจุดคุ้มทุน และผลกำไร ทางธุรกิจ จากพวกมือปืนรับจ้างๆ ต่างๆ ที่ใครเห็น ก็ยี้..โดยพยายามให้เห็น แผนการตลาดเด่น และจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนสูง แต่พอทำไปได้สักพัก ไม่มีเงินจ่ายผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามแผนที่วาง หรือมีการเปลี่ยนแปลงแผนการตลาดในเชิงลบ แบบแทบรายเดือน ทำให้ ผู้ที่มาร่วมงานรามเป็นสมาชิกมีความรู้สึกว่ากำลังถูกเอาเปรียบรายวัน รายเดือน

ปัญหาจริยธรรมทางธุรกิจ

สินค้าไม่ผ่านการปฎิบัติ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่า จะในแง่สรรพสามิต หรือ อ.ย. (คณะกรรมการอาหาร และยา) แม้แต่กระบวนการทางภาษี

ติดต่อเรา

Read More

ไอเดียของระบบ Attraction Marketing

concept-6vl2_small_resize

ปัญหาของคนทำเครือข่ายคือยิ่งทำธุรกิจเท่าไหร่ไม่มีใครอยากคบหาหรือไม่มีใครอยากเข้าใกล้รู้ไหมว่าปัญหามันเกิดเพราะอะไร?

-ถ้าเวลาไปเที่ยวเพื่อน ในกลุ่มเพื่อนคนหนึ่งคุยแต่เรื่องธุรกิจให้เพื่อนฟัง ท่านจะรู้สึกอย่างไร ?

-ถ้าเวลาเจอหน้าญาติเมื่อไหร่ เป็นต้องแนะนำผลิตภัณฑ์หรือโอกาสทางธุรกิจกับท่าน ท่านชอบหรือไม่ ?

-เพื่อนไม่เคยคุยกันมาเป็นปีๆ โทรมาบอกว่ามีผลิตภัณฑ์มาเสนอ หรือมีโอกาสธุรกิจมาเสนอ ท่านอยากฟังไหม ?

-เปิดหน้า Web ก็เจอแต่โฆษณาโอกาสทางธุรกิจเต็มไปหมด ท่านปิดเวปนั้นทิ้งหรือเปล่าล่ะ
คราวนี้พอมองเห็นหรือยังว่า การตลาดที่ท่านคิดว่าเวิร์ค ที่ปรึกษาแนะนำให้ท่าน ลิสต์รายชื่อคนรู้จัก แล้วกระหน่ำโทรหา คุยกับทุกคนบนท้องถนน รีบโทรไปบอกเพื่อนว่าเราทำธุรกิจอยู่มาทำกับเราด่วน แนะนำสิ่งดีๆให้คนใกล้ตัว ใช้ดีแล้วบอกต่อ(คำนี้ฮิตมาก)ทุ่มเงินลงในเวปเพื่อโปรโมต หรือซื้อรายชื่อมาโทรกันเลย

นี่ กำลังเป็นระบบที่ผลักไสไล่ส่งคนอื่นให้ไปไกลๆจากท่าน น่าตลกมาก ท่านกำลังทำธุรกิจเครือข่ายที่ต้องการคนเข้ามาร่วมแต่ระบบท่านกำลังไล่คนหนี ทำไมคนทำเครือข่าย 99% ไม่ประสบความสำเร็จ ได้น้อยกว่าเสีย สุดท้ายก็เข้าสู่วงจรอุบาทว์ในการทำธุรกิจคือการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ธุรกิจ A B C D ก็จะกลายเป็นของขวัญในความล้มเหลวต่อไปของท่าน คนเดียวกัน ทำงานแบบเดียวกัน ใช้ระบบเหมือนๆกัน ผลลัพธ์ย่อมไม่ต่างกันมาหรอก นั่น คือ 99 % ของทุกธุรกิจที่ท่านเข้าไปร่วม

แล้ว ระบบ Attraction Marketing คืออะไรล่ะ ? Attraction Marketing ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นการทำการตลาดแบบดึงดูด แล้วท่านจะดึงดูดอะไรล่ะ

-การได้คนหลั่งไหลเข้าเวปของท่านโดยที่ท่านไม่เสียเงินทำการโปรโมตกับเวป

-การที่ท่านได้คนสนใจมาร่วมโดยที่ท่านไม่ต้องวุ่นวาย กระหน่ำโทรหาใคร เพราะเขาจะวิ่งมาหาท่านเอง

-การที่ท่านได้คนสมัครโดยไม่ต้องเสียเวลาโน้มน้าวใคร หน้าที่ของท่านคือสมัครเขาเท่านั้น แถมคนเหล่านั้นยังแย่งที่จะเป็นต้นสายกับท่าน

ติดต่อเรา

Read More

เหตุผลที่คนทั่วๆไปปฏิเสธการทำธุรกิจระบบเครือข่าย

dot

หลายเหตุผลที่คนทั่วๆไปปฏิเสธ การทำธุรกิจ MLM หรือ ระบบเครือข่าย ด้วยมีความรู้สึกส่วนตัว หรือคำกล่าวอ้างตามคำบอกเล่า ของผู้คนรอบข้างและเหตุผลที่ได้ยินมามากๆจนชินหู เช่น

  • ไม่ชอบงานขาย (ถนัดแต่ขายแรงงาน ขายความรู้ ความสามารถในอัตรากำหนด)
  • อยู่แบบนี้สบายแล้ว (สบายจริงเหรอ..ใกล้สิ้นเดือนทีเหมือนจะสิ้นใจ..ธุรกิจเงินนอกระบบ ถึงฟูเฟื่อง)
  • มีคนคัดค้าน ทั้งๆที่ยังไม่พิจารณา (ประเภทพวกลากไป…ความคิดต้องอิงคนอื่น)
  • อ่านรูปแบบธุรกิจไม่ออก (ชีวิตนี้ อยู่แค่โลกแคบๆ..ไม่เคยศึกษาอะไรเพิ่ม)
  • ไม่ชื่นชอบ อาชีพนี้ (ชอบงานแต่งตัวสวยๆ ทำงานห้างชื่อดีๆเพราะๆ ห้างใหญ่ๆ เงินเดือนน้อยช่างมัน..)ฯลฯ

หารู้ไม่ว่าอาชีพนี้ หรือธุรกิจนี้สามารถสร้างความร่ำรวย ด้วยสองมือสองเท้า และชีวิตก้าวไกล อย่างสง่างาม ในความเป็นจริงธุรกิจอาชีพนี้ เราก็ ไม่ได้ไปง้อ ไม่ได้ไปขอ และไม่ได้ไปตื้อ และที่สำคัญผู้ทีจะทำอาชีพนี้ ต้องมีความคิดเป็นเชิงบวก เป็นด่านประการแรก ยกเลิกความคิดเชิงลบทิ้ง จึงขอจำแนก ความคิดเชิงลบ ของคนที่เข้ามาแล้วมักจะมีคำถามเชิงลบ อยู่ในตัวเองในประการด่านแรก

คิดว่าเขาไม่สมัครเข้าร่วมกับธุรกิจเรา คิดไว้ล่วงหน้าก่อนเลยว่า เขาคงไม่สมัครเข้าร่วมธุรกิจกับเรา ก็เพราะตัวเราเองยังไม่เข้าใจในธุรกิจ MLM หลายๆประการเช่น

1.เป็นงานที่ต้องพบคน

2.เป็นงานที่จะเจอคำปฏิเสธ ก่อนเสมอ

3.เป็นธุรกิจไม่มีการโฆษณา

4.เป็นงานสถิติ คือเป็นอัตราส่วนระหว่างความล้มเหลว กับความสำเร็จ

5.เป็นงานที่ต้องบังคับตัวเอง

6.เป็นงานต้องบริการ

7.เป็นงาน ต้องอาศัยทีมช่วย

8.เป็นงานที่ต้องลงทุนในเรื่องกำลังใจ

9.เป็นงานที่กำหนดชีวิตตัวเองได้

การที่คิดว่า เขาไม่มาสมัครกับเรา มันเข้าตำรา “อยากถูกหวยรวยสตางค์ แต่ยังไม่ซื้อ อยากมีชื่อเป็นนักประพันธ์ แต่ยังไม่เขียน อยากเป็นยอดผู้นำไม่พากเพียร จวบจนเกษียณ มันก็ยังเป็นเหมือนเดิม”

จริงจังกับการปฏิเสธ

เมื่อพบคำว่าไม่ จากผู้มุ่งหวัง ที่ไปพบปะผู้คนเพื่อขาย หรือ ผู้ที่ที่จะชักนำมาเป็นสมาชิก หรือที่เรียกว่าสปอนเซอร์ ก็ไม่พยายามต่อไป เข้าข่ายคนรักปฏิเสธหน่อย แทบโดดตึก..ให้นึกถึง คำพังเพย ตรงนี้ ดักลอบต้องหมั่นกู้…

คนอยู่ใกล้ ไม่ใช่ของตายเสมอไป

เห็นคนอยู่ใกล้ๆรอบข้างไงๆก็ต้องสมัคร ตกม้าตายมาแย๊ะ แล้ว หากไม่ทำการบ้านก่อนพูด หรือชักชวนให้ดี การเริ่มต้นคนรอบข้างให้สำเร็จก่อน จะเสริมความมั่นใจ

รอให้ข้อมูลตนเองแน่นอนก่อน

ประเภทจะรอให้ตัวเองสำเร็จ โดยยังไม่คิดลงมือทำ ร้องเพลงรอ แบบข้าวคอยฝน ไม่คิดหาข้อมูล บริษัท สินค้า หรือการตลาด ตลอดจนคู่แข่งทางด้านธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นหมั่นศึกษาข้อมูลแต่วันนี้ แล้ว เราจะสำเร็จ

ชวนคนตามที่เขาบอกมาในแผน

ในแผนการตลาดมักจะพูดถึง การชักชวนคนมาเป็นสมาชิก หรือ สปอนเซอร์ เพียง2-3คน ก็ทำเหมือนแผน แล้วก็ ไปนอนรอ เงินที่จะโอนเข้าบัญชี โดยฝันหวาน ว่ารวยแน่เรา โดยไม่คิดชักชวนเพิ่ม เพราะคนที่เราชวนมา ทำไปก็อาจนึกล้า ไม่อยากทำ การพูดในแผน เขาหมายถึง ชวนมาแล้ว เขาทำแบบจริงจัง จึงจะไปตามแผน แต่ในทางเป็นจริงจิตใจมนุษย์ยาก แท้หยั่งถึง ความคิดคนเรา บางทีวันนี้แบบนี้ พรุ่งนี้ไปอีกแบบ เราไปบังคับเขาไม่ได้

ผลัดวันประกันพรุ่ง

คำว่าเอาไว้ก่อนน่า พรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า หรือ เดือนหน้า ให้ลบออกจากพจนานุกรมในความคิดเรา การเริ่มช้าย่อมสำเร็จช้า ตลาดก็เริ่มจะมีช่องทางน้อยลงไปด้วยเพราะมีคนแย่ง และช่วงชิงไปแล้ว ทำให้เราทำงานยากขึ้น ในที่สุดก็ ล้มเลิกไปไม่อยากทำ 100 ทั้ง100ผู้ประสบความสำเร็จ เขา จะถือคติ สายน้ำไม่เคยคอยท่า เวลาไม่เคยคอยใคร ไม่มีใครจะคิดยึดคติในอาชีพนี้ว่า ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ ก็มีหวัง คงได้พูดกันอีกนาน แล้ว ก็ หายไปเพราะล้มเลิก

สิ่งต่างๆต้องพัฒนา

การไม่พัฒนาบุคลิกภาพ ทำตัวเซอร์ๆแบบศิลปินเดี่ยว ศิลปินหมู่ หรือหน้าตา ยังกับโจร แถวมุมตึก ต้องเลิก หันมาพัฒนาให้มันดูดี ดูภูมิฐาน สร้างความมั่นใจ แก่ผู้พบเห็น อยากพบปะพูดคุยด้วย ขอให้ ใช้ หลัก 6s คือ

  • Smart คือดูสง่า น่าเชื่อถือ และน่าไว้ใจ
  • Smile คือ ร่าเริง ยิ้มแย้ม แจ่มใส
  • Speak คือการรู้จักพูดจา มีวิธีการพูด
  • Seek คือ รู้จักค้นหาความต้องการ และการใส่ใจคู่สนทนา
  • Service คือ การบริการ และช่วยเหลือ
  • Satisfaction คือ ทำให้ผู้มาติดต่อ เกิดความพึงพอใจ

Read More

ทางเดินของชีวิต

ถ้าหากว่าเรา มี ทางเลือก 2 ทางในการใช้ตัดสินใจ เลือกทางเดินของชีวิต ระหว่างโครงการ ทำงานในตลอดระยะเวลาของเรา 40 ปี กับโครงการ 1-5 ปี เราลองพิจารณาดู จากข้อมูลข้างล่าง

ทางเดินของชีวิต

ทางเลือกที่หนึ่ง การเป็นลูกจ้าง หรือรับราชการ

ทางเลือกที่2เส้นทางMLM

1.ทำงานให้คนอื่น 1.ทำงานเพื่อตนเอง
2.มีขอบเขตจำกัดรายได้ 2.ทวีคูณรายได้
3.งานหยุดชะงัก รายได้ก็ชะงักด้วย 3.งานสะดุด รายได้คงที่
4.ไม่มีผลตอบแทนจากกำไร 4.มีผลตอบแทนจากกำไร
5.ไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ในองค์กรที่เราทำ 5.มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ของการกระทำที่เกิดจากองค์กร นั้น สามารถให้เป็นมรดกได้
6.เกษียณงานตามอายุงาน 6.เลือกการเกษียณได้
7.เดินทางตามหน้าที่ 7.มีผลกำไรชีวิตจากการเดินทาง
8.หน้าที่งานมีขอบเขต 8.เคลื่อนไหวได้เต็มกำลัง
9.มีกฎระเบียบ 9.มีอิสระเสรี

biz_graph

นอกจากนี้ การทำระบบเครือข่าย ยังมีจุดเด่น ไม่ว่าจะมองมุมไหนในแง่ ผู้ประกอบการ ผู้บริหาร หรือมองในแง่ผู้ทำธุรกิจเครือข่าย ก็ตาม ทำให้ การทำระบบเครือข่าย เป็นทางเลือกที่ทุกคนต้องลอง ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต

จุดเด่นของการทำธุรกิจเครือข่าย

มองในแง่ผู้ประกอบการ

มองในแง่ผู้ทำธุรกิจเครือข่าย

1.การลงทุน ทำเลที่ตั้ง ไม่จำเป็น ต้องใช้ทำเลที่เด่นๆมาก 1.ร่ำรวยด้วยการขยัน
2.การบริหารสินค้าคงคลังไม่เสี่ยง 2.รักกับทีมงาน
3.ไม่มีคู่แข่ง ณ จุดขาย 3.เบ่งบานเต็มที่พวกพ้อง…น้องพี่
4.ไม่ต้องลงโฆษณาผ่านสื่อ ทีวี วิทยุ 4.มีฝีมือก้าวหน้า
5.ไม่มีสงครามเรื่องราคา 5.หาความสำเร็จด้วยตนเอง
6.เพิ่มรายได้ ให้กับคนทั่วๆไป 6.เก่ง และก้าวหน้า
7.ไม่เป็นปัญหา สังคม 7.สรรหาของดีไว้ให้ลูกค้า


Read More

ระบบเครือข่ายทางเลือกอีกทาง

ทำไม MLM (Multi Level Marketing) จึงเป็นทางเลือกที่ต้องลอง ท่านเคยสงสัย หรือเคยคิดจะลอง หรือ จากคำบอกเล่า คนชักชวน แล้วไม่กล้าลอง จริงๆแล้ว คือโอกาสทองของชีวิตการทำงานก็เหมือน กับนาทีทอง ของการตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีราคา โปรโมชั่น จะเป็นตัวช่วยชี้วัดทำให้ เราตัดสินใจง่ายขึ้น

ดร.พอล เกตตี้ ได้กล่าว ถึงบัญญัติ 5 ประการ สู่ความสู่ความสำเร็จในโลกของธุรกิจ ไว้ว่า

1.ทำธุรกิจของตนเอง

2.ขายผลิตภัณฑ์ /การบริการที่ตลาดต้องการ

3.เสนอบริการดีกว่า คู่แข่ง

4.ให้รางวัลผู้ที่มีผลงาน

5.สร้างความสำเร็จ โดยอาศัยผู้อื่นช่วย

ist2_4426908-puzzle-concepts-ll

จากข้อกล่าวถึงตามบัญญัติที่ ดร.พอล กล่าวหากพิจารณาดูดีๆแล้วก็สอดคล้องกับธุรกิจ เครือข่าย เพราะว่า

1.เราเป็นหุ้นส่วนของกิจการ เป็นเจ้านายตัวเอง

2.มีรายได้ ทันที ไม่มีขีดจำกัด และไม่มีข้อต่อเนื่อง ผิดกับการลงทุนในธุรกิจ เราต้องลงทุน แล้ว รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้ คุ้มทุนก่อน จึงจะนำมาคิดเป็นรายรับที่เรียกว่า กำไร

3.รายได้สูง และการทำงาน ก็ทำได้ 2 อย่างพร้อมๆกันกับงานประจำโดยไม่ขัดแย้งกัน

4.มี อิสรภาพ ช่วยเหลือคนได้

5.อยู่ในสังคมที่คอยช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน

6.ใช้เงินลงทุนน้อย ไม่ต้องอาศัยทำเล

7.ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ หรือพูดเก่ง เพราะจะมีระบบช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน เช่นทีมงานเราได้ ผลิตซีดี ไว้ให้ใช้ใน การแนะนำ การทำงาน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ยังมีศูนย์อบรมพัฒนาบุคลากรของบริษัท ที่คอยช่วยจัดการเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ เป็นต้น

8.มีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น

9.ได้พัฒนาตนเองตลอดเวลา

10.ทำงานเพียง 1-5 ปี มีรายได้ ตลอดชีวิตเป็นมรดก

ติดต่อเรา

Read More