ตัดสินใจทำธุรกิจระบบเครือข่าย

การตัดสินใจทำธุรกิจเครือข่าย มีข้อควรพิจารณา เพื่อให้เราสามารถ ไขว่คว้า แสวงหา ความสำเร็จจากการทำธุรกิจได้ ไม่ใช่ทำไปแล้ว กลับถูกหลอกให้ ทำแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมันเป็นเรื่องผิดกฎหมายเกี่ยวกับการระดมเงิน การพิจารณาระบบเครือข่าย ที่ดี กับดูแชร์ลูกโซ่ให้ รู้ แล้วเราจะไม่เป็นเหยื่อ ซึ่งหลักการพิจารณาควรดูถึงปัจจัย เหล่านี้

ในแง่มุมบริษัท

ควรพิจารณาบริษัท หลายๆแง่มุม เพื่อให้มั่นใจว่า ธุรกิจของบริษัท ไม่ใช่ รวยแล้วเลิก หรือ เลิกก่อนโรยลา โดยดูจากcompany

-ปรัชญาวิสัยทัศน์ของบริษัทหรือผู้บริหารองค์กรใหญ่

-ประวัติความเป็นมาของบริษัท /เบี้องหลังธุรกิจ

-ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ของบริษัท / หรือผู้บริหาร

-ความมั่นคง เงินทุน ประสบการณ์ของบริษัท

ในแง่ผลิตภัณฑ์

พิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัท ที่มีอยู่เหมาะสมกับกลุ่มคนที่เรารู้จักมากน้อย เพียงใด โอกาสทางการตลาด ของผลิตภัณฑ์ เป็นอย่างไร มีความแตกต่าง แล้วหาจุดขายโดดเด่น หรือไม่ ตลอดจนมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์อย่างไร มีคุณภาพมาตรฐานที่จะสร้างความมั่นใจว่า ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สมราคา และ ผู้จำหน่ายตรงได้รับความสำเร็จอย่างไร ?

ในแง่แผนการตลาด

พิจารณาการขยายแผนการตลาด เกิดความยืดหยุ่น ง่ายต่อการทำหรือ ไม่ ต้องสต๊อค ต้องรักษายอด หรือไม่เมื่อขึ้นตำแหน่ง การขึ้นตำแหน่งแต่ละขั้นยากต่อการทำ หรือ ไม่

แนวทางที่จะประสบความสำเร็จ

หากสินค้าดี แผนการตลาดดี บริษัทดี เป็นน่าเชื่อถือ จะต้องมีการจัดระบบงานดี หรือมีหน่วยคอยสนับสนุนสมาชิกให้ช่วยประสพความสำเร็จ อันได้แก่

-มีองค์กรสนับสนุนพัฒนาบุคลากร และทีมงานคอยช่วยเหลือ

-อัพไลท์ มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ จริงจัง ทุ่มเทมากน้อยเพียงใด

-ผู้นำระดับต่างๆที่เหนือๆขึ้นไปให้ความช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จได้แค่ไหน

-จุดเด่นขององค์กร และทีมงาน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อการสร้างทีมงานของเรา มากน้อยแค่ไหน

manager

"สิ่งที่เราปรารถนา คือ เงิน ความสุข ความมั่นคง อิสรภาพ ความหวัง รางวัลแห่งชีวิต ความสำเร็จ แต่อย่างไร ก็ ตาม หาก แผนการตลาดดี สินค้าดี บริษัทดี ทีมงานให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่พร้อมที่จะให้เกิดความสำเร็จ สักแค่ไหน ทุกสิ่งทุกอย่าง จะไม่บังเกิด หากไม่เริ่มต้น ที่ตัวเราก่อน "

ติดต่อเรา

Read More

จุดขาย

concept-j1aj_small_resize

หัวใจของการทำการตลาดไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือบริการคือการจะต้องค้นหา และกำหนดจุดขายที่ชัดเจน จุดขายที่บางคนอาจจะเรียกว่าเป็นการวางตำแหน่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ เป็นเรื่องที่จำเป็นยิ่งในภาวะที่มีสินค้ามากมายในตลาด และต่างก็พยายามที่จะแย่งที่ยืนในใจของผู้บริโภค จุดขายที่โดดเด่น แตกต่าง และเป็นที่จดจำได้เท่านั้นจึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ สินค้าประเภทเดียวกันบางทีคุณภาพแทบไม่ต่างกัน แต่ก็ต้องพยายามหาจุดขายที่จะสร้างความรู้สึกในใจของลูกค้าให้ได้ว่าไม่เหมือนกัน ทดแทนกันไม่ได้ ไม่ว่าจะโดยข้อเท็จจริง หรือจะโดยเพียงความรู้สึกนึกคิดก็ตาม

การสร้างจุดขายเป็นความพยายามสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง ซึ่งก็อาจจะสร้างได้จากหลายมิติด้วยกันเป็นต้นว่าจุดขายบนตัวสินค้าเอง ตั้งแต่รูปลักษณ์ของตัวสินค้า ประสิทธิภาพของสินค้า ความทนทาน ความวางใจได้ในคุณภาพ รูปทรง การออกแบบ ประเภทเร็วกว่า ดีกว่า สวยกว่า ทนทานกว่าทั้งหลาย สินค้าอย่างโทรศัพท์มือถือ เครื่องไฟฟ้า บ้านจัดสรร เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างจุดขายบนมิติประเภทนี้

จุดขายอาจจะอยู่บนมิติของบริการ ตั้งแต่การสั่งซื้อที่ง่ายดาย การขนส่งที่รวดเร็ว การติดตั้ง การซ่อมแซม การรับประกัน การให้บริการหลังการขายต่างๆ รวมไปถึงการให้ความรู้ และการอบรมให้ลูกค้าใช้งานได้ อย่างเช่น รถยนต์ ซอฟท์แวร์ ร้านอาหารฟาสฟู๊ด และเฟอร์นิเจอร์ จุดขายบนตัวพนักงานของบริษัท เช่นความรอบรู้เชี่ยวชาญ ความสุภาพอ่อนน้อม ความน่าเชื่อถือ ความกระตือรือร้น ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม สายการบิน คอมพิวเตอร์ ห้างสรรพสินค้า มักจะขายกันที่จุดขายประเภทนี้แหละ

concept-01qh_small_resize

จุดขายยังอาจถูกกำหนดจากมิติอื่นๆ ได้อีกเป็นต้นว่าวิธีการจัดจำหน่าย เช่นเครื่องสำอางค์ขายตรงก็สร้างความต่างไปจากเครื่องสำอางค์ที่ขายที่เคาน์เตอร์ในห้าง ธุรกิจดอกไม้เจ้าหนึ่งสั่งซื้อได้ทางโทรศัพท์ หรืออินเตอร์เน็ทแล้วส่งได้ทั่วประเทศก็นับเป็นความต่างที่น่าสนใจ นอกจากนั้นการมีสาขา หรือร้านที่กระจายออกไปทั่วให้ซื้อง่ายขายคล่องก็เป็นความแตกต่างในเรื่องช่องทาง หรือวิธีการจัดจำหน่ายเหมือนกัน สุดท้ายจุดขายยังอาจถูกกำหนดจากความแตกต่างในเรื่องภาพพจน์ในใจของลูกค้าเองด้วย ถ้าเคยดูโฆษณาของรังนกสองยี่ห้อดังในตลาด ซึ่งที่จริงถ้าเอาฉลากออกแล้วทดลองให้คนลองกินดู เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยไม่มีใครแยกออกว่ายี่ห้อไหนเป็นยี่ห้อไหนแน่ แต่ยี่ห้อหนึ่งจะบอกจุดขายว่ากินเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะซื้อให้ผู้หลักผู้ใหญ่คนเฒ่าคนเเก่กิน ส่วนอีกยี่ห้อมีจุดขายที่กินแล้วดูดี กินแล้วหน้าอ่อนกว่าวัย หรือดูหล่อว่างั้นเถอะ ซึ่งที่จริงเป็นจุดขายที่ออกจะอันตรายอยู่สักหน่อยเพราะเป็นการทำให้สังคม และผู้บริโภคเข้าใจไขว้เขว และหมิ่นเหม่กับจรรยาบรรณของการค้าขายอยู่เหมือนกัน เพราะว่าไม่มีใครหล่อเพราะกินรังนกหรอก

จุดขายที่ดีต้องแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือจุดขายที่ยังไม่มีใครเคยมีมาก่อน เช่นสายการบินเรามีจอทีวีส่วนตัวให้ทุกที่นั่งก่อนใคร มีอินเตอร์เน็ทให้เล่นทุกที่นั่ง โรงหนังมีที่นั่งประเภทนอนดูจุดขายที่ดีต้องโดดเด่นเหนือคนอื่น เช่น รับประกันส่งพิชซ่าถึงบ้านใน 10 นาที ในขณะที่คนอื่นเขาใช้ 30 นาที หรือบัตรเครดิตของเราอนุมัติได้ใน 24 ชั่วโมง แถมยกเว้นค่าธรรมเนียมตลอดชีวิตอีกด้วย

จุดขายต้องเป็นรูปธรรม พอที่จะสื่อสารให้ลูกค้ามองเห็นได้ สเปรย์ฉีดดับกลิ่นตัวประเภทผู้ชายใช้แล้วมีผู้หญิงเสียสติมาทำร้ายร่างกายกันนี่จับต้องไม่ได้ เอาไปใช้จริงๆ ก็ไม่ยักมีใครมาตบตีแย่งตัวคนใช้กัน หนังโฆษณาที่ทำออกมาทำนองนี้ทำได้แค่ให้คนดูสนุก หรือขบขันปนสังเวชเท่านั้นไม่ได้สร้างจุดขายที่แรงพอแต่ประการใด

จุดขายต้องยากที่จะเลียนแบบ จุดขายแบบนี้ต้องอาศัยความสามารถทางเทคนิคด้วย ยิ่งคู่แข่งเลียนแบบได้ยากเท่าไรจุดขายนั้นก็แรงนาน ขายได้นาน และกำไรนานไปด้วย อย่างร้านอาหารอร่อยๆ หรือยาสูตรลับเฉพาะเป็นต้น

ไม่ใช่แค่สินค้าหรือบริการเท่านั้นที่ต้องหาจุดขาย คนเราก็ต้องมีจุดขายเหมือนกัน ดูอย่างนักการเมืองคนหนึ่งก็เล่นเรื่องผู้หญิงกับเด็กอย่างเดียวเลย เวลามีเรื่องราวเธอไปเร็วกว่าตำรวจด้วยซ้ำ เอาตัวเด็กปิดหน้าปิดตาขึ้นโรงพักบ่อยเสียจนกลายเป็นจุดขายชั้นดี เล่นกับจุดขายนี้อย่างเดียวจนเดี๋ยวนี้เวลามีเรื่องเด็กผู้หญิงถูกทำมิดีมิร้าย ชาวบ้านแจ้งเธอแทนที่จะแจ้งตำรวจไปเสียแล้ว เป็นต้น

สรุปว่าต้องสร้างความต่างให้เป็นจุดขาย ถ้ารู้จักสร้าง รักษา สื่อสารและส่งเสริม จุดขายจะเป็นจุดแข็งที่เอาชนะคู่แข่งได้เสมอ ไม่ว่าจุดขายนั้นจะเป็นของสินค้า บริการ บุคคล หรือองค์กร

ติดต่อเรา

Read More

การนำการตลาดแบบดึงดูด มาใช้กับธุรกิจเครือข่าย

concept-04_small_resize

เมื่อนำระบบ Attraction Marketing หรือระบบการตลาดแบบดึงดูดมาใช้กับธุรกิจเครือข่ายของเรา สิ่งต่อไปนี้ที่จะถ่ายทอดคือวิธีการที่จะนำเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับเครือข่าย

การที่การตลาดแบบดึงดูดของเราจะสมบูรณ์เมื่อเราทำการโปรโมตความเป็นมืออาชีพ ของเรา จนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คน ผ่านระบบต่างๆและเครื่องมือที่เราใช้ในการโปรโมตตัวเอง ทุกคนจะรู้จักเราในฐานะผู้เชี่ยวชาญหรือ Expert ทางด้านเครือข่าย เมื่อนั้นละเราจะเปรียบเสมือนแม่เหล็กในการดึงดูดคนเข้ามาร่วม

หัวใจของการทำเครือข่ายอย่างแรก คือ การสร้างลิสต์รายชื่อคนที่สนใจ เป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรก สิ่งเก่าๆที่หลายๆคนทำกันมาก่อนไม่ว่าจะเป็นการสร้างลิสต์รายชื่อจากคน รู้จัก (เราให้นิยามว่า 100 คนแรกที่คุณจะไล่เขาจากชีวิต) หรือการที่เลือกที่จะใช้เงินไปโฆษณาตามเวป บางคนใช้การซื้อรายชื่อจากที่ปรึกษา หรือบางคนเลือกการสแปมเมล์(ผิดกฎหมาย) อาจจะเวิร์คบ้างแต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องใช้ทั้งเวลาหรืองบประมาณไปตลอดของการ สร้างรายชื่อ แถมยังต้องเหนื่อยในการทำงานสำหรับแทบทุกธุรกิจที่ระบบการติดตามไม่มี ต้องโทรตามเอง การสร้างรายชื่อของระบบ Attraction Marketing เมื่อท่านเป็นมนุษย์แม่เหล็กแล้ว ด้วยความเชื่อมั่นที่มีในตัวท่าน คนจะขยับตัวตามท่านไม่ว่าท่านจะขยับไปทิศทางไหน โดยที่ท่านไม่ต้องเสียเวลาโฆษณาตัวธุรกิจ เพราะตัวท่านคือเครื่องหมายการันตีอยู่แล้ว งานของท่านจะไม่ใช่การสร้างลิสต์รายชื่อคนสนใจในธุรกิจนั้นๆ แต่จะเป็นการสร้างลิสต์รายชื่อคนที่อยากเรียนรู้การทำธุรกิจให้สำเร็จ คนที่สนใจว่าท่านจะเอ่ยอะไรออกมา

หัวใจอย่างที่สอง คือ การติดตาม ในหลายๆธุรกิจปัจจุบัน การติดตามของคนส่วนใหญ่อยู่ในรูปของการโทรศัพท์ แน่นอนว่า โอกาสที่เขาจะมาร่วมกับเรามันขึ้นกับหลายปัจจัยมาก เมื่อท่านอารมณ์ดี อารมณ์เสีย สัญญาณโทรศัพท์ เวลาที่จะใช้ในการคุย และอื่นๆ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความล้มเหลวได้ง่ายๆในการติดตามผล ถึงแม้ท่านจะเป็นมืออาชีพเท่าไหร่ก็ตาม ท่านใช้สคริปที่เทพเขียนให้ก็ตาม นอกจากนี้ท่านยังถูกจำกัดด้านเวลาที่จะนำมาใช้ในการติดตามผล ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเกิดผลลัพธ์อย่างไรด้วยซ้ำไป รายชื่อบางรายชื่อ เมื่อท่านโทรไป เขาไม่สนใจยังทำให้ท่านรู้สึกท้ออีก หรือแม้กระทั่งคนที่สนใจแต่ยังไม่ตัดสินใจ ท่านจะโทรตามได้กี่ครั้งกัน สุดท้ายก็ต้องทิ้งรายชื่อที่ได้มาโดยยากลำบากไป เกิดแบบนี้กับเครือข่ายที่ท่านทำอยู่ใช่ไหม !!!! วิธีการติดตามของระบบ Attraction Marketing คือการติดตามผ่านทางอีเมล์ที่เรียกว่า Email Marketing เป็นการติดตามที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด เราไม่ต้องเหนื่อยกับการคุยกับคน เราจะถูกคนที่สนใจจริงๆเท่านั้นโทรมาหาหรืออีเมล์มาถาม เห็นไหมคะว่าการคุยกับคนที่สนใจมันจะง่ายกว่าเยอะ ท่านสามารถให้ข้อมูลในแบบที่ระบบท่านมีกับเขาได้เลย ในขณะเดียวกันยังทำให้คนที่อาจจะเข้ามาเป็น lead ของท่านโดยบังเอิญ กลับเข้ามาสนใจในสิ่งที่ท่านทำอยู่ คนที่สนใจจะได้รับอีเมล์จากระบบที่ส่งไปหาเขาเรื่อยๆตามที่ท่านต้องการ(ส่งเมล์แบบนี้ถูกกฎหมาย) ท่านจะไม่สูญเสียรายชื่อที่หามาโดยลำบากไปฟรีๆ ยิ่งถ้าท่านมีลิสต์รายชื่อเยอะๆ การติดตามแบบนี้จำเป็นมากๆ เพราะท่านจะโทรศัพท์อย่างเดียวคงไม่ไหว
ทุกวันนี้บางธุรกิจในบ้านเราก็ เริ่มมีการใช้ระบบ Email Marketingแต่อย่าลืมว่า Email Marketing เป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบ Attraction Marketing เพราะหัวใจของการตลาดแบบดึงดูดคือการสร้างความเชื่อมั่นของคนอื่นในการเป็น มืออาชีพของคุณเอง

หัวใจอย่างที่สาม ของเครือข่ายคือการปิดการขาย หรือการปิดการรับสมัครคน ท่านเห็นไหมว่า สองอย่างแรกเราสามารถใช้ระบบทำแทนเราได้ หน้าที่ของเราในการตลาดแบบดึงดูดก็คือ การปิดการขายและรับสมัครคน เมื่อระบบการตลาดแบบดึงดูดของท่านแกร่งจริงๆ ท่านไม่ต้องโน้มน้าวอะไรเขาทั้งสิ้น หน้าที่ของท่านคือดูว่าเขาจริงจังแค่ไหน ถ้าไม่จริงจังก็ปฎิเสธเขาที่จะให้เข้าร่วมไป เพราะท่านจะรู้ว่าเสียเวลาเปล่ากับคนที่ไม่จริงจัง และจงสอนการตลาดแบบที่ท่านทำอยู่กับคนที่เขามาร่วมกับท่าน เห็นไหมว่าบทบาทของท่านจะถูกเปลี่ยนจากตามล่าคน กลายเป็นคนที่ถูกเขาตามล่า

ติดต่อเรา

Read More

สร้างเครือข่าย ขยายโอกาส

pp1_resize

เครือข่ายเป็นการสร้างและเอื้อผลประโยชน์ระหว่างกัน.... หากเรายิ่งแบ่งปันหรือขยายไมตรี และความสัมพันธ์ออกไปมากเท่าไร เราจะยิ่งได้รับความสัมพันธ์ตอบกลับคืนมามากขึ้นเท่านั้น

ระบบเครือข่าย โดยเฉพาะกับสังคมอย่างบ้านเราที่ยังคงให้ความหมายกับการนับญาติ นับเพื่อน การเกื้อกูลในระหว่างคนที่อยู่ในเครือข่ายด้วยกันจึงเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น ไม่ว่าจะในเรื่องทางสังคม เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องธุรกิจ การสร้างเครือข่าย (Networking) หมายถึงกระบวนการให้ การสร้าง และแบ่งปันไมตรีหรือความสัมพันธ์ระหว่างกันที่อาจจะส่งผลดีมาถึงงานในอนาคต
ในชีวิตเรามีคนผ่านเข้ามามากมาย ยิ่งได้รู้จักได้สัมผัสกับคนมากเท่าไร โดยเฉพาะกับคนที่เกี่ยวข้องในแวดวงการทำงาน เครือข่ายของเราก็จะยิ่งกว้างไกล ทำให้ได้รับข่าวสารที่มีคุณค่ามากขึ้น และยังเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจ และขยายตลาดมากขึ้นด้วย

หลักการพื้นฐานของการสร้างเครือข่ายคือหลักที่ว่าเครือข่ายเป็นการสร้าง และเอื้อผลประโยชน์ระหว่างกัน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ แต่ว่าแต่ละคนจะสามารถเรียนรู้และได้ประโยชน์จากกันและกัน หลักอีกประการคือหากเรายิ่งแบ่งปันหรือขยายไมตรี และความสัมพันธ์ออกไปมากเท่าไรเราจะยิ่งได้รับความสัมพันธ์ตอบกลับคืนมามากขึ้นเท่านั้น
เครือข่ายหรือความสัมพันธ์ไม่จำเป็นจะต้องได้มาจากคนที่เราพบปะหรือเกี่ยวข้องด้วยโดยตรงในงานเสมอไป บางทีก็มาแบบอ้อมๆ หลายอ้อมด้วยซ้ำไป อย่างเช่นมาจากครอบครัว จากพ่อแม่เราเองหรือคนที่พ่อแม่เรารู้จัก จากพี่น้อง เพื่อนๆ ของพี่น้อง ไปจนกระทั่งญาติ ใครอยากได้อะไร อยากซื้อหาอะไร มีอะไรดีที่ไหนข้อมูลอะไรน่าสนใจ

บางทีการสร้างเครือข่ายกับหัวหน้าหรือเจ้านายก็เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง ทั้งเจ้านายปัจจุบัน และเจ้านายเก่า จากเพื่อนๆ พนักงานด้วยกันเองก็ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะพนักงานเก่าหรือใหม่ จะช่วยขยายวงกว้างของเครือข่ายของเราได้อีกมาก

เครือข่ายที่มาจากลูกค้าเป็นสิ่งที่พบเห็นได้เสมอๆ หลายบริษัทมีโปรแกรมประเภทสมาชิกแนะนำสมาชิก (Member gets Member) นั่นคือลูกค้าซื้อของแล้วก็ช่วยแนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักอื่นๆ ให้อีก บริษัทเขารู้ว่าเครือข่ายแบบนี้ทำงานได้ผลดีก็เลยมีรายการสมาชิกแนะนำสมาชิกเสียเลย เพื่อจูงใจให้ลูกค้าไปขยายเครือข่ายลูกค้าต่อเนื่องให้เขาอีกโดยมีสิ่งจูงใจให้ต่างๆ นานา

คู่ค้าของเรา เช่นผู้ขายวัตถุดิบ คนกลางทั้งยี่ปั๊ว ซาปั๊วและอีกหลายๆ ปั๊ว ต่างอยู่ในเครือข่ายที่สามารถแนะนำบอกต่อหรือให้ข้อมูลเพื่อการขยายตลาด หรือความสัมพันธ์ได้ทั้งนั้น พวกนักวิชาชีพทั้งหลาย เช่นสำนักงานบัญชี สำนักงานทนายความ ที่ปรึกษาทางธุรกิจ เจ้าหน้าที่ธนาคารที่เราใช้บริการก็เป็นคนที่สามารถขยายเครือข่ายของเราได้ เช่นเดียวกับคนใกล้ๆ ตัวอย่างเพื่อนโรงเรียนเก่า ครูบาอาจารย์เก่าเพื่อนบ้านข้างเคียงหรือคนไกลตัวหน่อย เช่นคนที่เจอกันที่วัด นิทรรศการ งานแนะนำสินค้า สถานที่ออกกำลังกาย และงานสังคมอื่นๆ ฯลฯ

หลักปฏิบัติ 10 ข้อที่จะสร้างนิสัยของการเป็นนักสร้างเครือข่าย


1.แลกนามบัตรเสมอ พกนามบัตรติดตัวตลอดเวลา และเป็นฝ่ายหยิบยื่นให้ก่อนพร้อมแนะนำตัว ถ้าเป็นผู้ด้อยอาวุโสกว่า อย่าลืมเอ่ยประโยคทำนอง "ขออนุญาตแนะนำตัวครับ/ค่ะ ผม/ดิฉัน………" ประเภทที่อีกฝ่ายส่งนามบัตรมาให้แล้วตอบกลับไปว่า "ขอโทษครับนามบัตรหมด" หรือ "ขอโทษครับลืมเอานามบัตรมา" อย่างนี้ควรเรียกนักสร้างเครือข่ายอ่อนหัด
2.อย่ายืนหลบมุม ใครๆ เขายืนจับกลุ่มคุยกัน หากไปยืนแอบอยู่หลังเสาหรือมุมมืดคนเขาจะนึกว่ามีปัญหาหรือทำอะไรผิดไม่กล้าสู้หน้าคน หวังจะสร้างเครือข่ายต้องเดินเข้าหาคนอื่นได้อย่างมั่นใจเสมอ
3.สอดส่ายมองหา กราดสายตาไปให้ทั่วว่าในที่นั้นมีใครที่เรารู้จักพอที่จะเข้าไปร่วมวงสนทนาได้บ้าง เมื่อคิดจะขยายเครือข่ายก็ต้องหมั่นสอดส่ายสายตาไปที่คนหลายๆ กลุ่ม เครือข่ายจะได้กว้างขึ้น
4.ผูกมิตรในเวลาที่ไม่คิดว่าจะต้องการมิตร บางคนอาจเหม็นเบื่อกับการผูกไมตรีกับผู้คน เพราะรู้สึกว่ามีเพื่อนอยู่มากมายจนเกินพอแล้ว หรือไม่ก็ยังไม่อยู่ในอารมณ์ที่ต้องการเพื่อนฝูงคนรู้จักเพิ่มเติม แต่หารู้ไม่ว่าในเวลาอย่างนั้นแหละคือเวลาที่สมควรจะสร้างมิตร เพราะหากไปสร้างมิตรเอาเวลาที่ตัวเองเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ คนเขาจะกังขาเอาได้ว่ามาผูกมิตร เพราะหวังประโยชน์จากเขา
5.รู้จักสนใจคนอื่นเสียบ้าง นักสร้างเครือข่ายจะสนใจและให้ความสำคัญกับคนรอบๆ ข้างเสมอ ไม่ผูกขาดการสนทนาอยู่คนเดียว รู้จักสังเกตสีหน้าของคนรอบข้าง อ่านความสนใจของคนอื่นออก และชื่นชมคนอื่นเป็น
6.ติดตามผล หากได้ช่วยเหลือเกื้อกูลใครที่อยู่ในเครือข่ายแล้ว ก็อย่าลืมติดตามถามไถ่ด้วยว่าได้ผลดีขนาดไหนอย่างไร ความสัมพันธ์ที่เราให้ไปเป็นประโยชน์กับเขาเพียงใด
7.ไม่ขาดการติดต่อ เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์ขาดตอนต้องไม่ขาดการติดต่อ ความสัมพันธ์ก็เหมือนกับต้นไม้ที่ต้องการการดูแลใส่ใจ รดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยอยู่เสมอ เพื่อให้ความสัมพันธ์งอกงาม
8.ทำตัวเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่แขก เมื่อพบสนทนากับใคร การทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของบ้านที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ต้องรู้จักบริการผู้คนรอบข้าง อ่อนน้อมและแสดงน้ำใจ

9.ทบทวนความสัมพันธ์ นานๆ ทีก็ต้องทบทวนดูบ้าง ว่าใครที่เราขาดการติดต่อมาเนิ่นนานสมควรจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ ใครบ้างที่สมควรจะกระชับความสัมพันธ์ต่อเนื่อง ใครบ้างที่ไม่อยู่ให้สานต่อความสัมพันธ์แล้ว

10.แบ่งปันความสัมพันธ์ แบ่งปันเครือข่ายของเราให้กับคนรอบข้างที่เขาต้องการด้วยเสมอ เขาจะได้แบ่งปันเครือข่ายของเขามาให้เราด้วย เมื่อนั้นเครือข่ายของเราก็จะกว้างไกลไม่สิ้นสุด
ทำได้ทั้ง 10 ข้อรับรองว่าจะเป็นนักสร้างเครือข่ายมืออาชีพ แม้จะไม่ครบ หากแต่เมื่อลงมือทำบางข้ออย่างตั้งใจ จะพบว่าเครือข่ายขยายกว้างออกไปทีละนิดทีละหน่อยพร้อมๆ กับโอกาสของชีวิตและธุรกิจ มีคนรอบข้างมากมายรอให้สร้างเครือข่ายอยู่แล้ว ลงมือทำเดี๋ยวนี้เลยเป็นไง

ติดต่อเรา

Read More

ทำไมทำธุรกิจเครือข่ายแล้วไปไม่รอด ?

logo

หลายคนล้มเลิกการทำธุรกิจเครือข่ายไปเสียกลางคัน หรือกลางทาง ไปไม่ถึงดวงดาว ทั้งที่ ธุรกิจ นี้ไม่ได้ลงทุนเป็นตัวเงิน เพราะฉะนั้น ไม่มีคำว่า ล้มเหลว มีแต่ล้มเลิก หลังจากลงแรงไปได้ สักพัก และบางคน ก็คิดว่าทำธุรกิจนี้ทำวันนี้ได้ ผลวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ได้เกิดได้ รวยได้เพียงคืนเดียว ยกเว้น จะถูกล๊อตเตอร์รี่ เท่านั้น ทำธุรกิจ นี้ คิดได้เลยว่า3-6เดือน มันจะมีดัชนีชี้วัดออกมา แต่คนส่วนใหญ่มักใจร้อน และที่ เป็นสาเหตุหลักใหญ่ๆ ที่คนล้มเลิกจากการทำธุรกิจ มีดังนี้

แพ้ภัยตัวเอง

นักขายตรงที่ทำธุรกิจ หรือ ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ แล้วไม่รวย ไปไม่ถึงดวงดาวมีที่มาจาก

จับปลาหลายมือ ขายหลายอย่าง แต่เอาดีไม่ได้เลย สักอย่าง บริษัท นี้ ก็เป็น นู่นก็เป็น บางทีเป็นเสียจนสินค้ามาชนกันเอง ยังแยกไม่ออก มั่วไปหมด อธิบายให้ ตัวเองยังไม่ถูกเลย แล้ว คนฟัง จะไปรู้เรื่องได้ไง

ไม่เชื่อถือบริษัท มีทัศนคติไม่ดี ต่อองค์กร ทำงานไปตำหนิ บริษัท ของตนเองให้ทีมงานฟัง แล้วใครจะเชื่อถือ ตัวท่าน หรือวางใจบริษัท ว่าเป็นแบบท่านพูด หรือไม่ เท่ากับสู่ยุทธการทำร้ายตัวเอง

ไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ไม่เอาจริงเอาจัง มัวแต่ทำเล่นๆ หรือจับจดจับจ่อ

เก่งแต่หาข้ออ้าง กล่าวคำแก้ตัวเสมอ ขาดวินัยการทำงาน และผลัดวันประกันพรุ่ง

ทำงานอย่างขาดแรงจูงใจ ไม่มีความต้องการ ไม่ทุ่มเทต่อการงาน ขาดเป้าหมาย ขาดความทะเยอทะยาน และขาดจุดมุ่งหมายในชีวิต

ไม่เข้าใจรูปแบบ คือไม่เข้าใจว่ารูปแบบของความสำเร็จทางธุรกิจเครือข่ายต้องอาศัยเวลาไม่น้อยกว่า 6เดือนในการเริ่ม หรือ อย่างเร็ว 3 เดือน ผ่านไปแล้ว จึงจะเห็นผล ต้องให้ความสำคัญต่อการประชุมเป็น อย่างมาก การสร้างบ้าน สร้างอนาคต ไม่มีสิ่งใดลงวันนี้ จะสำเร็จพรุ่งนี้

เซ็งคนรอบข้าง

ทำงาน แล้ว คนรอบข้างที่ใกล้ชิด พูดให้แต่ข้อเสียธุรกิจ นี้ ทั้งๆที่เขาไม่เคยทำ หรือทำมาเพราะตัวเองล้มเหลว ก็เลยมาพูดกรอกหูทุกวัน จนเกิดอาการ คล้อยตาม หรือญาติพี่น้อง มองเป็นเรื่องไร้สาระ คิดแบบเก่า ไม่เข้าใจธุรกิจ

หัวหน้าทีมไม่ดี

ดาวน์ไลท์หลายๆคน ต้องอำลาวงการไปอย่าง น่าใจหาย เพราะมีปัญหากับอัพไลท์ จอมเบี้ยว พูดง่ายว่า เจออัพไลท์ หรือ หัวหน้าทีม จอมเล่ห์กล ประเภท ฝากเบิกสินค้า แต่ไม่ได้สินค้า ได้สินค้า แต่ไม่ได้ยอดขาย ได้ยอดขาย แต่ไม่เคยได้โบนัส โบนัสที่จะได้ รอกันแบบแทบชั่วอายุอัพไลท์ บางคน ขนาดเล่ห์เหลี่ยมจัด หลอกคนที่เป็น ดาวน์ไลท์ ที่รู้น้อยกว่า ให้ขนเงินขนทอง มาปิดยอดเพื่อหวังสมบัติ รางวัล หรือโบนัสพิเศษ หรือการเลื่อนตำแหน่ง ของตัวเอง เจอเข้าแบบนี้ก็กระอักเลือดกันทุกคน

บริษัทมีปัญหา

ขาดความเป็นมืออาชีพในการบริหาร ขาดประสบการณ์ ขาดการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน แม้ว่าการวิเคราะห์ทางด้านการตลาดหัวใจสำคัญ ยังมั่ว ไม่จริงจัง จริงใจ ขาดจริยธรรมและไม่ซื่อสัตย์ต่อผลิตภัณฑ์ หลายต่อหลายธุรกิจ ทำให้ บริษัทเหล่านี้ หยุดชะงัก และล้มตายไปในที่สุด มักมาจาก

ปัญหาจากสินค้า

คือคุณภาพสินค้าไม่ได้ มาตรฐาน ลูกค้าเจอเข้าไปครั้งเดียว จอด แล้วใครจะมาซื้อซ้ำสอง ซ้ำสาม ราคาเกินจริง หรือ ประเภทสินค้า มีการขาดสต๊อคยู่บ่อย ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ฯลฯ

ปัญหาจากแผนการตลาด

จัดทำแผนการตลาดโดยไม่คำนึงถึงจุดคุ้มทุน และผลกำไร ทางธุรกิจ จากพวกมือปืนรับจ้างๆ ต่างๆ ที่ใครเห็น ก็ยี้..โดยพยายามให้เห็น แผนการตลาดเด่น และจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนสูง แต่พอทำไปได้สักพัก ไม่มีเงินจ่ายผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามแผนที่วาง หรือมีการเปลี่ยนแปลงแผนการตลาดในเชิงลบ แบบแทบรายเดือน ทำให้ ผู้ที่มาร่วมงานรามเป็นสมาชิกมีความรู้สึกว่ากำลังถูกเอาเปรียบรายวัน รายเดือน

ปัญหาจริยธรรมทางธุรกิจ

สินค้าไม่ผ่านการปฎิบัติ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่า จะในแง่สรรพสามิต หรือ อ.ย. (คณะกรรมการอาหาร และยา) แม้แต่กระบวนการทางภาษี

ติดต่อเรา

Read More

ไอเดียของระบบ Attraction Marketing

concept-6vl2_small_resize

ปัญหาของคนทำเครือข่ายคือยิ่งทำธุรกิจเท่าไหร่ไม่มีใครอยากคบหาหรือไม่มีใครอยากเข้าใกล้รู้ไหมว่าปัญหามันเกิดเพราะอะไร?

-ถ้าเวลาไปเที่ยวเพื่อน ในกลุ่มเพื่อนคนหนึ่งคุยแต่เรื่องธุรกิจให้เพื่อนฟัง ท่านจะรู้สึกอย่างไร ?

-ถ้าเวลาเจอหน้าญาติเมื่อไหร่ เป็นต้องแนะนำผลิตภัณฑ์หรือโอกาสทางธุรกิจกับท่าน ท่านชอบหรือไม่ ?

-เพื่อนไม่เคยคุยกันมาเป็นปีๆ โทรมาบอกว่ามีผลิตภัณฑ์มาเสนอ หรือมีโอกาสธุรกิจมาเสนอ ท่านอยากฟังไหม ?

-เปิดหน้า Web ก็เจอแต่โฆษณาโอกาสทางธุรกิจเต็มไปหมด ท่านปิดเวปนั้นทิ้งหรือเปล่าล่ะ
คราวนี้พอมองเห็นหรือยังว่า การตลาดที่ท่านคิดว่าเวิร์ค ที่ปรึกษาแนะนำให้ท่าน ลิสต์รายชื่อคนรู้จัก แล้วกระหน่ำโทรหา คุยกับทุกคนบนท้องถนน รีบโทรไปบอกเพื่อนว่าเราทำธุรกิจอยู่มาทำกับเราด่วน แนะนำสิ่งดีๆให้คนใกล้ตัว ใช้ดีแล้วบอกต่อ(คำนี้ฮิตมาก)ทุ่มเงินลงในเวปเพื่อโปรโมต หรือซื้อรายชื่อมาโทรกันเลย

นี่ กำลังเป็นระบบที่ผลักไสไล่ส่งคนอื่นให้ไปไกลๆจากท่าน น่าตลกมาก ท่านกำลังทำธุรกิจเครือข่ายที่ต้องการคนเข้ามาร่วมแต่ระบบท่านกำลังไล่คนหนี ทำไมคนทำเครือข่าย 99% ไม่ประสบความสำเร็จ ได้น้อยกว่าเสีย สุดท้ายก็เข้าสู่วงจรอุบาทว์ในการทำธุรกิจคือการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ธุรกิจ A B C D ก็จะกลายเป็นของขวัญในความล้มเหลวต่อไปของท่าน คนเดียวกัน ทำงานแบบเดียวกัน ใช้ระบบเหมือนๆกัน ผลลัพธ์ย่อมไม่ต่างกันมาหรอก นั่น คือ 99 % ของทุกธุรกิจที่ท่านเข้าไปร่วม

แล้ว ระบบ Attraction Marketing คืออะไรล่ะ ? Attraction Marketing ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นการทำการตลาดแบบดึงดูด แล้วท่านจะดึงดูดอะไรล่ะ

-การได้คนหลั่งไหลเข้าเวปของท่านโดยที่ท่านไม่เสียเงินทำการโปรโมตกับเวป

-การที่ท่านได้คนสนใจมาร่วมโดยที่ท่านไม่ต้องวุ่นวาย กระหน่ำโทรหาใคร เพราะเขาจะวิ่งมาหาท่านเอง

-การที่ท่านได้คนสมัครโดยไม่ต้องเสียเวลาโน้มน้าวใคร หน้าที่ของท่านคือสมัครเขาเท่านั้น แถมคนเหล่านั้นยังแย่งที่จะเป็นต้นสายกับท่าน

ติดต่อเรา

Read More

เหตุผลที่คนทั่วๆไปปฏิเสธการทำธุรกิจระบบเครือข่าย

dot

หลายเหตุผลที่คนทั่วๆไปปฏิเสธ การทำธุรกิจ MLM หรือ ระบบเครือข่าย ด้วยมีความรู้สึกส่วนตัว หรือคำกล่าวอ้างตามคำบอกเล่า ของผู้คนรอบข้างและเหตุผลที่ได้ยินมามากๆจนชินหู เช่น

  • ไม่ชอบงานขาย (ถนัดแต่ขายแรงงาน ขายความรู้ ความสามารถในอัตรากำหนด)
  • อยู่แบบนี้สบายแล้ว (สบายจริงเหรอ..ใกล้สิ้นเดือนทีเหมือนจะสิ้นใจ..ธุรกิจเงินนอกระบบ ถึงฟูเฟื่อง)
  • มีคนคัดค้าน ทั้งๆที่ยังไม่พิจารณา (ประเภทพวกลากไป…ความคิดต้องอิงคนอื่น)
  • อ่านรูปแบบธุรกิจไม่ออก (ชีวิตนี้ อยู่แค่โลกแคบๆ..ไม่เคยศึกษาอะไรเพิ่ม)
  • ไม่ชื่นชอบ อาชีพนี้ (ชอบงานแต่งตัวสวยๆ ทำงานห้างชื่อดีๆเพราะๆ ห้างใหญ่ๆ เงินเดือนน้อยช่างมัน..)ฯลฯ

หารู้ไม่ว่าอาชีพนี้ หรือธุรกิจนี้สามารถสร้างความร่ำรวย ด้วยสองมือสองเท้า และชีวิตก้าวไกล อย่างสง่างาม ในความเป็นจริงธุรกิจอาชีพนี้ เราก็ ไม่ได้ไปง้อ ไม่ได้ไปขอ และไม่ได้ไปตื้อ และที่สำคัญผู้ทีจะทำอาชีพนี้ ต้องมีความคิดเป็นเชิงบวก เป็นด่านประการแรก ยกเลิกความคิดเชิงลบทิ้ง จึงขอจำแนก ความคิดเชิงลบ ของคนที่เข้ามาแล้วมักจะมีคำถามเชิงลบ อยู่ในตัวเองในประการด่านแรก

คิดว่าเขาไม่สมัครเข้าร่วมกับธุรกิจเรา คิดไว้ล่วงหน้าก่อนเลยว่า เขาคงไม่สมัครเข้าร่วมธุรกิจกับเรา ก็เพราะตัวเราเองยังไม่เข้าใจในธุรกิจ MLM หลายๆประการเช่น

1.เป็นงานที่ต้องพบคน

2.เป็นงานที่จะเจอคำปฏิเสธ ก่อนเสมอ

3.เป็นธุรกิจไม่มีการโฆษณา

4.เป็นงานสถิติ คือเป็นอัตราส่วนระหว่างความล้มเหลว กับความสำเร็จ

5.เป็นงานที่ต้องบังคับตัวเอง

6.เป็นงานต้องบริการ

7.เป็นงาน ต้องอาศัยทีมช่วย

8.เป็นงานที่ต้องลงทุนในเรื่องกำลังใจ

9.เป็นงานที่กำหนดชีวิตตัวเองได้

การที่คิดว่า เขาไม่มาสมัครกับเรา มันเข้าตำรา “อยากถูกหวยรวยสตางค์ แต่ยังไม่ซื้อ อยากมีชื่อเป็นนักประพันธ์ แต่ยังไม่เขียน อยากเป็นยอดผู้นำไม่พากเพียร จวบจนเกษียณ มันก็ยังเป็นเหมือนเดิม”

จริงจังกับการปฏิเสธ

เมื่อพบคำว่าไม่ จากผู้มุ่งหวัง ที่ไปพบปะผู้คนเพื่อขาย หรือ ผู้ที่ที่จะชักนำมาเป็นสมาชิก หรือที่เรียกว่าสปอนเซอร์ ก็ไม่พยายามต่อไป เข้าข่ายคนรักปฏิเสธหน่อย แทบโดดตึก..ให้นึกถึง คำพังเพย ตรงนี้ ดักลอบต้องหมั่นกู้…

คนอยู่ใกล้ ไม่ใช่ของตายเสมอไป

เห็นคนอยู่ใกล้ๆรอบข้างไงๆก็ต้องสมัคร ตกม้าตายมาแย๊ะ แล้ว หากไม่ทำการบ้านก่อนพูด หรือชักชวนให้ดี การเริ่มต้นคนรอบข้างให้สำเร็จก่อน จะเสริมความมั่นใจ

รอให้ข้อมูลตนเองแน่นอนก่อน

ประเภทจะรอให้ตัวเองสำเร็จ โดยยังไม่คิดลงมือทำ ร้องเพลงรอ แบบข้าวคอยฝน ไม่คิดหาข้อมูล บริษัท สินค้า หรือการตลาด ตลอดจนคู่แข่งทางด้านธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นหมั่นศึกษาข้อมูลแต่วันนี้ แล้ว เราจะสำเร็จ

ชวนคนตามที่เขาบอกมาในแผน

ในแผนการตลาดมักจะพูดถึง การชักชวนคนมาเป็นสมาชิก หรือ สปอนเซอร์ เพียง2-3คน ก็ทำเหมือนแผน แล้วก็ ไปนอนรอ เงินที่จะโอนเข้าบัญชี โดยฝันหวาน ว่ารวยแน่เรา โดยไม่คิดชักชวนเพิ่ม เพราะคนที่เราชวนมา ทำไปก็อาจนึกล้า ไม่อยากทำ การพูดในแผน เขาหมายถึง ชวนมาแล้ว เขาทำแบบจริงจัง จึงจะไปตามแผน แต่ในทางเป็นจริงจิตใจมนุษย์ยาก แท้หยั่งถึง ความคิดคนเรา บางทีวันนี้แบบนี้ พรุ่งนี้ไปอีกแบบ เราไปบังคับเขาไม่ได้

ผลัดวันประกันพรุ่ง

คำว่าเอาไว้ก่อนน่า พรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า หรือ เดือนหน้า ให้ลบออกจากพจนานุกรมในความคิดเรา การเริ่มช้าย่อมสำเร็จช้า ตลาดก็เริ่มจะมีช่องทางน้อยลงไปด้วยเพราะมีคนแย่ง และช่วงชิงไปแล้ว ทำให้เราทำงานยากขึ้น ในที่สุดก็ ล้มเลิกไปไม่อยากทำ 100 ทั้ง100ผู้ประสบความสำเร็จ เขา จะถือคติ สายน้ำไม่เคยคอยท่า เวลาไม่เคยคอยใคร ไม่มีใครจะคิดยึดคติในอาชีพนี้ว่า ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ ก็มีหวัง คงได้พูดกันอีกนาน แล้ว ก็ หายไปเพราะล้มเลิก

สิ่งต่างๆต้องพัฒนา

การไม่พัฒนาบุคลิกภาพ ทำตัวเซอร์ๆแบบศิลปินเดี่ยว ศิลปินหมู่ หรือหน้าตา ยังกับโจร แถวมุมตึก ต้องเลิก หันมาพัฒนาให้มันดูดี ดูภูมิฐาน สร้างความมั่นใจ แก่ผู้พบเห็น อยากพบปะพูดคุยด้วย ขอให้ ใช้ หลัก 6s คือ

  • Smart คือดูสง่า น่าเชื่อถือ และน่าไว้ใจ
  • Smile คือ ร่าเริง ยิ้มแย้ม แจ่มใส
  • Speak คือการรู้จักพูดจา มีวิธีการพูด
  • Seek คือ รู้จักค้นหาความต้องการ และการใส่ใจคู่สนทนา
  • Service คือ การบริการ และช่วยเหลือ
  • Satisfaction คือ ทำให้ผู้มาติดต่อ เกิดความพึงพอใจ

Read More

ทางเดินของชีวิต

ถ้าหากว่าเรา มี ทางเลือก 2 ทางในการใช้ตัดสินใจ เลือกทางเดินของชีวิต ระหว่างโครงการ ทำงานในตลอดระยะเวลาของเรา 40 ปี กับโครงการ 1-5 ปี เราลองพิจารณาดู จากข้อมูลข้างล่าง

ทางเดินของชีวิต

ทางเลือกที่หนึ่ง การเป็นลูกจ้าง หรือรับราชการ

ทางเลือกที่2เส้นทางMLM

1.ทำงานให้คนอื่น 1.ทำงานเพื่อตนเอง
2.มีขอบเขตจำกัดรายได้ 2.ทวีคูณรายได้
3.งานหยุดชะงัก รายได้ก็ชะงักด้วย 3.งานสะดุด รายได้คงที่
4.ไม่มีผลตอบแทนจากกำไร 4.มีผลตอบแทนจากกำไร
5.ไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ในองค์กรที่เราทำ 5.มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ของการกระทำที่เกิดจากองค์กร นั้น สามารถให้เป็นมรดกได้
6.เกษียณงานตามอายุงาน 6.เลือกการเกษียณได้
7.เดินทางตามหน้าที่ 7.มีผลกำไรชีวิตจากการเดินทาง
8.หน้าที่งานมีขอบเขต 8.เคลื่อนไหวได้เต็มกำลัง
9.มีกฎระเบียบ 9.มีอิสระเสรี

biz_graph

นอกจากนี้ การทำระบบเครือข่าย ยังมีจุดเด่น ไม่ว่าจะมองมุมไหนในแง่ ผู้ประกอบการ ผู้บริหาร หรือมองในแง่ผู้ทำธุรกิจเครือข่าย ก็ตาม ทำให้ การทำระบบเครือข่าย เป็นทางเลือกที่ทุกคนต้องลอง ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต

จุดเด่นของการทำธุรกิจเครือข่าย

มองในแง่ผู้ประกอบการ

มองในแง่ผู้ทำธุรกิจเครือข่าย

1.การลงทุน ทำเลที่ตั้ง ไม่จำเป็น ต้องใช้ทำเลที่เด่นๆมาก 1.ร่ำรวยด้วยการขยัน
2.การบริหารสินค้าคงคลังไม่เสี่ยง 2.รักกับทีมงาน
3.ไม่มีคู่แข่ง ณ จุดขาย 3.เบ่งบานเต็มที่พวกพ้อง…น้องพี่
4.ไม่ต้องลงโฆษณาผ่านสื่อ ทีวี วิทยุ 4.มีฝีมือก้าวหน้า
5.ไม่มีสงครามเรื่องราคา 5.หาความสำเร็จด้วยตนเอง
6.เพิ่มรายได้ ให้กับคนทั่วๆไป 6.เก่ง และก้าวหน้า
7.ไม่เป็นปัญหา สังคม 7.สรรหาของดีไว้ให้ลูกค้า


Read More

ระบบเครือข่ายทางเลือกอีกทาง

ทำไม MLM (Multi Level Marketing) จึงเป็นทางเลือกที่ต้องลอง ท่านเคยสงสัย หรือเคยคิดจะลอง หรือ จากคำบอกเล่า คนชักชวน แล้วไม่กล้าลอง จริงๆแล้ว คือโอกาสทองของชีวิตการทำงานก็เหมือน กับนาทีทอง ของการตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีราคา โปรโมชั่น จะเป็นตัวช่วยชี้วัดทำให้ เราตัดสินใจง่ายขึ้น

ดร.พอล เกตตี้ ได้กล่าว ถึงบัญญัติ 5 ประการ สู่ความสู่ความสำเร็จในโลกของธุรกิจ ไว้ว่า

1.ทำธุรกิจของตนเอง

2.ขายผลิตภัณฑ์ /การบริการที่ตลาดต้องการ

3.เสนอบริการดีกว่า คู่แข่ง

4.ให้รางวัลผู้ที่มีผลงาน

5.สร้างความสำเร็จ โดยอาศัยผู้อื่นช่วย

ist2_4426908-puzzle-concepts-ll

จากข้อกล่าวถึงตามบัญญัติที่ ดร.พอล กล่าวหากพิจารณาดูดีๆแล้วก็สอดคล้องกับธุรกิจ เครือข่าย เพราะว่า

1.เราเป็นหุ้นส่วนของกิจการ เป็นเจ้านายตัวเอง

2.มีรายได้ ทันที ไม่มีขีดจำกัด และไม่มีข้อต่อเนื่อง ผิดกับการลงทุนในธุรกิจ เราต้องลงทุน แล้ว รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้ คุ้มทุนก่อน จึงจะนำมาคิดเป็นรายรับที่เรียกว่า กำไร

3.รายได้สูง และการทำงาน ก็ทำได้ 2 อย่างพร้อมๆกันกับงานประจำโดยไม่ขัดแย้งกัน

4.มี อิสรภาพ ช่วยเหลือคนได้

5.อยู่ในสังคมที่คอยช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน

6.ใช้เงินลงทุนน้อย ไม่ต้องอาศัยทำเล

7.ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ หรือพูดเก่ง เพราะจะมีระบบช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน เช่นทีมงานเราได้ ผลิตซีดี ไว้ให้ใช้ใน การแนะนำ การทำงาน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ยังมีศูนย์อบรมพัฒนาบุคลากรของบริษัท ที่คอยช่วยจัดการเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ เป็นต้น

8.มีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น

9.ได้พัฒนาตนเองตลอดเวลา

10.ทำงานเพียง 1-5 ปี มีรายได้ ตลอดชีวิตเป็นมรดก

ติดต่อเรา

Read More

การเรียนรู้จากข้อผิดพลาด

วิชาความรู้ต่างๆที่สอนกันในธุรกิจเครือข่ายขายตรง ก็มักมาจากประสบการณ์ที่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงของการทำงาน เช่น

success

    • ทัศนคติสู่ความสำเร็จ
    • ทักษะการเป็นผู้นำ
    • ทักษะในการสื่อสาร
    • ทักษะในการพบผู้คน
    • การเอาชนะความกลัว ความสงสัย และความไม่มั่นใจ
    • การเอาชนะความกลัวคำปฏิเสธ
    • ทักษะในการบริหารการเงิน
    • ทักษะการลงทุน
    • ทักษะในการสร้างความเชื่อถือ
    • ทักษะในการบริหารเวลา
    • การตั้งเป้าหมาย
    • การจัดระบบ

ความรู้เหล่านี้คุณจะได้ติดตัว นำไปใช้ได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม ดังนั้นคุณค่าของระบบธุรกิจเครือข่ายขายตรง คือการอบรมความเป็นผู้นำ โดยให้ทั้งความรู้ และโอกาสในการพัฒนาทักษะในธุรกิจ ที่จำเป็นมากสำหรับสำหรับการประสบความสำเร็จ เรียกง่ายๆว่า ธุรกิจเครือข่าย ขายตรงที่ดี จะต้องฝึกคนให้เป็นผู้นำ ไม่ใช่ฝึกแค่เพียงขายสินค้า

ในโลกของธุรกิจทั่วไป หากคุณเป็นลูกจ้าง หรือ ที่เราเรียกอีกอย่างว่ามนุษย์เงินเดือน เมื่อคุณทำผิดพลาด คุณจะถูกตำหนิ ทำโทษบางทีอาจถึงขั้นไล่ออก แต่ในธุรกิจเครือข่ายเขาจะสอนคุณเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และช่วยเหลือแนะนำ แก้ไข และที่สำคัญคือให้กำลังใจคุณพัฒนาเดินหน้าต่อไป เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นคนที่กลัวการผิดพลาดล้มเหลว ธุรกิจนี้เหมาะแก่คุณ เพราะคุณสามารถล้มแล้วลุก มีคนคอยแนะนำช่วยเหลือ สร้างความมั่นใจให้คุณตลอดเวลา มันจึงเป็นกระบวนการที่ทำให้คุณถูกกระตุ้นให้เรียนรู้ จากชีวิตจริง และเติบโตไปในธุรกิจอย่าแข็งแรง ทั้งสติปัญญา อารมณ์ ร่างกายจิตวิญญาน โดยมีผู้สำเร็จเป็นพี่เลี้ยง ผู้แนะนำที่จะช่วยเหลือให้คำแนะนำโดยปราศจากค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ติดต่อเรา

Read More

95 % ล้มเหลว 5% รอด

95%ของธุรกิจมักล้มเหลว มีแค่5% เท่านั้นที่รอด !!!

หากคุณเชื่อว่า คนที่จะร่ำรวยได้จะต้องเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณคงจะต้องมองหาโอกาส ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจสักตัว แต่คุณเชื่อ หรือไม่ การเป็นเจ้าของธุรกิจนั้น ก็ไม่ได้การันตี ว่าคุณจะประสบความสำเร็จ หรือร่ำรวยเสมอไป ในทางตรงกันข้ามการเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณจะต้องลงทุน และที่แน่นอนคือ คุณมีความเสี่ยงที่จะล้มเหลว หรือขาดทุน ขอให้คุณพิจารณาคำกล่าวที่ว่า

“ธุรกิจส่วนใหญ่ ล้มเหลวไป ภายใน5ปีแรก” หรือ “95%ของธุรกิจมักล้มเหลว มีแค่5% เท่านั้นที่รอด” หรือ “เศรษฐีเงินล้านส่วนใหญ่ ล้มเหลวถึง3ครั้ง กว่าจะสำเร็จ ยิ่งใหญ่ได้”

เมื่อคุณอ่านถึงประโยคเหล่านี้ ไม่สามารถทำให้คุณเปลี่ยนความตั้งใจ และคุณยังยืนยันความตั้งใจเดิมของคุณที่จะร่ำรวยให้ได้ คุณคงต้องมามองทางเลือกในการลงทุนเป็นเจ้าของธุรกิจ 3 ประเภท คือ

1.การสร้างบริษัทใหญ่ๆขึ้นมา (ต้นทุนการเป็นเจ้าของ ธุรกิจ สูง คุณต้องมีเงินมากพอ)

2.การเลือกซื้อแฟรนไชร์ (ต้นทุนสูง ทำงานภายใต้ข้อสัญญา)

3.การเข้าร่วมธุรกิจ แบบขายตรง หรือ การตลาดแบบเครือข่าย (วิธีการที่ใหม่ เหมาะสำหรับคนพร้อมที่จะเรียนรู้)

logo

คุณจะเห็นว่าการจะเป็นเจ้าของธุรกิจ 2 ประเภทแรกนั้น ต้องมีต้นทุนสูง คือใช้เงินลงทุนมาก ในกรณีคุณไม่มีเงินลงทุน แต่มุ่งมั่นที่จะมร่ำรวยจากการเป็นเจ้าของธุรกิจให้ได้ คุณคงเหลือทางเลือกที่ 3 ประการเดียว

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะร่วมธุรกิจแบบเครือข่าย สิ่งแรกที่จะต้องทำ คุณต้องเลือกบริษัทให้ รอบคอบ เพราะว่าบริษัทส่วนใหญ่มักจะบอกว่า สุดยอดทั้งสินค้า แผนการตลาด องค์กร แต่ในปัจจุบันสิ่งที่ต้องเน้นให้คุณดู คือ การฝึกอบรม ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่จะบอกว่ามี แต่ที่จริงแล้วไม่มี หรืออีกนัยหนึ่งแค่การฝึกแค่เพียงสอนคุณให้เป็นพนักงานขายสินค้า มากกว่า จะเป็นเจ้าของธุรกิจ การฝึกอบรมที่คุณต้องการคือ กระบวนการเรียนรู้ทางธุรกิจที่มีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ ให้แตกต่างไปจากเดิมให้ได้

การเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย ถือว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จากผู้สอนที่ประสบความสำเร็จจริงๆ ในโลกธุรกิจ ซึ่งจะแตกต่างจากการเรียนในโรงเรียนธุรกิจทั่วๆไป ที่มักจะพบว่า อาจารย์ผู้สอนไม่เคยมีประสบการณ์จริงในการทำธุรกิจเลย สักนิดเดียว อย่างเก่งก็เรียนจากกรณีศึกษา(Case Study) และไม่มีโอกาสลงมือทำด้วยตัวเองด้วยซ้ำ

ติดต่อเรา

Read More

ความแตกต่างระหว่างธุรกิจเครือข่าย (MLM) กับแชร์ลูกโซ่

concept-kc4r_small_resize

ธุรกิจการตลาดขายตรงแบบหลายชั้น (Multi-Level Marketing หรือ MLM) คือช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าช่องทางหนึ่งในการตลาด และการขายเท่านั้นเอง เพียงแต่มีลักษณะเฉพาะตัวเองบางอย่างที่แตกต่างออกไปบ้างจากธุรกิจประเภท อื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังของผู้จำหน่าย หรือที่เรียกว่า “มนุษย์ MLM” ซึ่งมหัศจรรย์มาก พวกเขาไม่ใช่ลูกจ้าง พวกเขาไม่มีเงินเดือน พวกเขาไม่มีนาย พวกเขาไม่มีลูกน้อง ไม่มีใครสั่งให้เขาทำงาน แต่พวกเขาและกลุ่มในธุรกิจของเขาต่างก้มหน้าก้มตากันทำงานอย่างขยันขันแข็ง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน กอดเกี่ยวกันไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน เป็นเครือข่ายใหญ่บ้างเล็กบ้าง จึงมีผู้เรียกธุรกิจ MLM นี้อีกอย่างหนึ่งว่า “ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย”

ทัศนคติต่อการทำธุรกิจ MLM เป็นของตัวท่านเอง ความนึกคิดและความรู้สึกของท่านจะสะท้อนออกมาในผลงาน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง ไม่มีบุคคลอื่นใด มิได้ขึ้นอยู่กับการศึกษาที่สูงกว่า หรือได้รับมรดกมาจากเครือญาติ หรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดีกว่า หรือแม้กระทั่งเกิดมาด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่ได้เปรียบกว่า หรือที่เราเรียกว่าอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจที่ดีกว่า ไม่มีใครที่จะมามีโอกาสมากกว่าท่านในการที่จะประสบความสำเร็จ เพราะธุรกิจ MLM ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันทุกประการ

ธุรกิจMLM ความสำเร็จเกิดจากความสามารถในการบริหารความอิสระ และความรับผิดชอบ ในธุรกิจนี้ทุกคนต้องบริหารเวลา โดยมีพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน คือ วันละ 24ชั่วโมง เหมือนกัน

ในธุรกิจ MLM ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ การขายระบบเครือข่ายไม่ใช่การรวยทางลัด หรือการรวยข้ามคืน ผู้ที่ร่ำรวยในธุรกิจนี้ส่วนใหญ่ คือผู้ที่ค่อยๆเติบโตในธุรกิจโดยความเพียรพยายามที่สม่ำเสมอ และต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้เท่าเทียมกัน ในการที่จะทำรายได้สูงสุดโดยไม่มีขีดจำกัด ซึ่งเป็นการทำงานให้ตัวเองด้วยตนเองอย่างจริงจัง

การขายในระบบเครือข่ายไม่ใช่ความสัมพันธ์ระบบลูกจ้างนายจ้าง แต่ท่านกำลังทำงานร่วมกับบริษัท ความสำเร็จของบริษัทขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวแทนจำหน่ายอิสระ และความสำเร็จของตัวแทนจำหน่ายอิสระก็ขึ้นอยู่กับการทำงานเป็นทีม

การขายในระบบเครือข่ายเป็นธุรกิจที่รายรับไม่ได้ขึ้นอยู่กับการชักจูงคนเข้าร่วม ธุรกิจซึ่งการให้ผลตอบแทนจากจำนวนสมาชิกที่ท่านแนะนำ (ค่าแนะนำ) เข้าสู่บริษัทซึ่งเป็นการผิดทั้งจรรยาบรรณและกฎหมาย ในธุรกิจนี้ท่านจะได้รับผลตอบแทนก็ต่อเมื่อ ตัวท่าน และสมาชิกในเครือข่ายสามารถกระจายสินค้าได้เท่านั้น เมื่อเริ่มต้นทำแล้วอย่าเหลียวมองข้างหลัง ให้เวลากับตัวเองอย่างน้อย 1ปี เลือกสินค้าและบริษัทเพียงบริษัทเดียว เพราะยังไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจกับหลายๆบริษัทในเวลา เดียวกัน ธุรกิจนี้มีรากฐานมาจากความเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์ และผู้แนะนำ ถ้าท่านกำลังพยายามเหวี่ยงแห ท่านกำลังทำลายความน่าเชื่อถือของท่านเอง และอายุงานในธุรกิจเครือข่ายของท่านก็จะสั้นลงไปด้วย

ติดต่อเรา

Read More

ธุรกิจเครือข่ายคืออะไร?

รู้จักธุรกิจเครือข่าย dot
ธุรกิจกิจเครือข่าย คืออะไร ทำไมคนจึงหลั่งไหลเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างมากมาย ?
ปัจจุบันมีรูปแบบวิธีการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ว่าแต่ว่าคุณจะปฏิเสธที่จะเรียนรู้มันด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยทราบมาก่อน หรือไม่ เมื่อพูดถึงการทำการค้า หลายคนนึกถึงว่าต้องใช้เงินทุนมาก, ต้องจ้างแรงงานจำนวนมาก, ต้องผลิตสินค้า, ต้องมีโรงงาน, ต้องมีทำเลหน้าร้าน ฯลฯ จึงจะทำให้พวกเราส่วนใหญ่ ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองสักที เพราะขาดเงินทุน ขาดคนมีฝีมือที่ไว้วางใจได้ ณ.วันนี้ธุรกิจที่ทุกคนมีสิทธิ์ทำให้ฝันของตนเป็นจริงได้เกิดขึ้นแล้ว เราเรียกว่า “ธุรกิจเครือข่าย”

ธุรกิจเครือข่ายคืออะไร ?
ธุรกิจเครือข่าย เป็นระบบธุรกิจการตลาดรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถได้เป็นเจ้า ของธุรกิจที่สร้างรายได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องมีความเสี่ยงและไม่ต้องลงทุนเงินเป็นจำนวนมากเหมือนกับการทำ ธุรกิจทั่วๆไป เพียงเริ่มต้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี และเมื่อเกิดความประทับใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ก็ทำการแนะนำบอกต่อให้คนที่รู้จักได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีนั้นเหมือนกับตนเป็น การโฆษณาแบบปากต่อปาก เมื่อมีการซื้อผลิตภัณฑ์ใช้ตามคำบอกเล่าจากผู้แนะนำ ก็จะทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการโฆษณาและพ่อค้าคนกลาง เหมือนกับการตลาดแบบเดิม ที่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคจะต้องผ่านระบบพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับกำไรถึง 60% จากการจัดส่งสินค้ามาสู่ผู้บริโภค
เมื่อเกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทำให้บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถประหยัดงบประมาณที่เป็นค่าโฆษณาได้มาก ซึ่งบริษัทจะนำงบค่าโฆษณาที่ประหยัดได้ไปใช้ทำการวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นอีก ส่วนผลกำไร 60% ของพ่อค้าคนกลางที่ถูกตัดออกมานั้น บริษัทจะนำเงินส่วนนี้มาจัดสรรให้กับผู้บริโภคที่ใช้ดีแล้วทำการบอกต่อกับ ผู้อื่นเป็นลำดับชั้นตามส่วนที่บริษัทกำหนดไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในระบบการตลาดแบบเครือข่ายนี้ จะทำให้ผู้บริโภคสามารถมีส่วนแบ่งของรายได้มากถึง 60% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์ จากระบบการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคแบบใหม่ นอกเหนือจากการที่จะต้องเป็นผู้จ่ายเงินซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียวในระบบ ธุรกิจแบบเดิม
โดยการตลาดแบบเครือข่ายผู้บริโภค ที่ใช้วิธีการแนะนำบอกต่อนี้จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าการตลาดแบบทั่วๆไป คือ ความสามารถในการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภคที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นได้แบบไม่จำกัด จำนวน โดยอาศัยเพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์จากคน 1 คนแนะนำให้กับคน 2 – 3 คนและแต่ละคนของ 2 – 3 คนบอกต่อกับคน 2 – 3 คนต่อๆไป ก็จะเกิดการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภค ในลักษณะพหุคูณเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด

โอกาสการเปลี่ยนแปลงชีวิตสู่การมีอิสรภาพทางการเงินและเวลา
หนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก เล่มที่ 2 “Cashflow Quadrant” หรือ “เงินสี่ด้าน” ของ Robert T. Kiyosaki ได้กล่าวไว้ว่า คนในโลกแบ่งตามที่มาของรายได้ที่เขาได้รับออกเป็น 4 ด้านคือ
ด้านที่ 1 ) ลูกจ้าง ( Employee ) คือผู้ที่มีรายได้จากค่าจ้าง, เงินเดือน
ด้านที่ 2 ) ธุรกิจส่วนตัว ( Self – employed ), เจ้าของกิจการขนาดเล็ก ( Small Business owner ) คือผู้ที่มีรายได้จากการทำงานของตนเองหรือกิจการของตนเองโดยเจ้าของกิจการจะ ต้องเป็นผู้ลงมือทำหรือดูแลด้วยตนเอง
ด้านที่ 3 ) เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ( Business owner ) คือผู้ที่มีรายได้จากทรัพย์สินของตน, โดยใช้เวลาและแรงงานของผู้อื่นสร้างรายได้ให้กับตน
ด้านที่ 4 ) นักลงทุน ( Investor ) คือผู้ที่ใช้เงินทำงานแทนตนเอง เพื่อสร้างผลตอบแทนหรือรายได้ให้กับตนโดยไม่ต้องทำเอง

โอกาสที่ดีที่สุดอยู่ที่การตัดสินใจเลือกทางเดินของคุณ
ในทุกๆ เช้าของวันใหม่ที่เราตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเรายังต้องดำเนินชีวิตในรูปแบบที่ เหมือนๆกับทุกๆวันที่ผ่านมา คือต้องตื่นแต่เช้า ออกจากบ้าน ผจญกับปัญหาจราจร เพื่อไปให้ทันเข้างาน ตอกบัตรเข้าทำงาน แล้วก็ทำงานตามภาระรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย พบเจอกับความเครียดต่างๆในการทำงาน ตอนเย็นเลิกงาน ตอกบัตรออก ผจญกับปัญหาจราจรอีกครั้ง กลับถึงบ้าน แล้วก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย และเตรียมพบกับวันใหม่ที่ดำเนินชีวิตในรูปแบบเดิมๆ เป็นวงจรซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน เราเคยสังเกตบ้างหรือไม่เราทำสิ่งเหล่านี้เพื่ออะไร? เพื่อที่จะให้สามารถดำรงชีวิตผ่านไปได้วันๆหนึ่งเท่านั้นเองหรือ ? เราต้องการชีวิตที่เป็นแบบนี้จริงๆหรือ ? ผมเชื่อมั่นว่าคนเราทุกคนมีความฝัน อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่าที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน แล้วทำไมไม่ลองหาทางที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปสู่รูปแบบของการใช้ชีวิตแบบ ใหม่ในแบบที่คุณอยากเป็น
มีสุภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “เดินทางร้อยลี้ต้องมีก้าวแรก” หากคุณต้องการเริ่มต้นสร้างความสำเร็จให้กับชีวิต ด้วยเส้นทางที่สามารถสร้างความฝันของคุณให้เป็นจริงได้ ภายในระยะเวลาที่ไม่ยาวนานเกินไป ธุรกิจเครือข่ายจะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดเส้นทางหนึ่ง ที่พร้อมจะเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงเสมอ หลังจากนี้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ เมื่อคุณได้มีโอกาสอ่านเอกสารฉบับนี้แล้ว และต้องการจะใช้โอกาสที่ดีนี้เพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงินและเวลาให้กับตัว คุณเองและคนที่คุณรัก ผู้ที่แนะนำคุณให้อ่านเอกสารฉบับนี้พร้อมเสมอที่จะช่วยคุณสร้างความฝันให้ เป็นจริง เพียงคุณมีความเชื่อมั่นและเดินตามความเชื่อในหัวใจของคุณ ทุกสิ่งที่คุณปารถนาย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน

จุดเด่นของธุรกิจเครือข่าย (Networking System)
1. คือ Win - Win Business (ธุรกิจที่ชนะชนะ ) เมื่อคนที่ท่านแนะนำธุรกิจ (ลูกทีมของท่าน) สำเร็จ
ท่านในฐานะผู้แนะนำ.... จึงจะ.... สำเร็จด้วย
2. คือ No - Risk Business (ธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยง) ด้วยขนาดเงินลงทุนต่ำ แต่ใช้สัมพันธภาพสูง ใช้เวลาพอควร ท่านไม่ต้องลงทุนสร้างทรัพย์สิน อาคาร, อุปกรณ์, ที่ดิน (บนกองหนี้สิน) แต่ท่าน.... กำลัง....สร้าง ทรัพย์สินคือ เครือข่ายประชากร (People Assets) ที่.... ผูกโยง กันด้วยสัมพันธภาพ และ.... ได้ผลตอบแทนจากทรัพย์สินบนบันทึกข้อตกลง ผลประโยชน์ร่วมกัน!และ.... ผลตอบแทนนี้ได้มาจาก ผลรวมของทั้งเครือข่ายบางคน.... เรียกผลตอบแทนนี้ว่า Passive Income (รายได้ที่ไม่ต้องลงแรงด้วยตนเอง แม้ว่าคุณจะหยุดทำงาน แต่รายได้ ของคุณยัง เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลา)
3. เป็นธุรกิจที่ท่านสามารถเลือกเวลาทำงานตามใจปรารถนา ไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน 8.00 น. ไม่ต้องตอกบัตรออกงาน 17.00 น. ไม่ต้องยื่นใบลากิจ, ลาพักร้อนกับใคร นอกจากขออนุญาติตัวเอง! เป็นเจ้านายงานในเวลาของตนเอง (Time Freedom) นั่นคือ... มีอิสระภาพทางเวลา!
4. เป็นธุรกิจที่กำลังอยู่ในทิศทางใหม่ของโลก เพื่อให้ท่านได้มีเวลา อยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น (Home Based Business) เพราะ ธุรกิจนี้ทำบนโต๊ะอาหารภายในบ้านของท่าน และบ้านของคนใน เครือข่ายได้
5. เป็นระบบที่เสริมสร้างโอกาสให้ ได้ร่วมทำงานกับ คนหลากหลาย อาชีพ, หลากหลายประสบการณ์, หลากหลายวัฒนธรรม (Multi Experience - Multi Profession - Multi culture) บนความเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นเจ้านาย-ลูกน้อง
ทุกคน คือ สมาชิกอิสระ (Distributor) ภายในระบบธุรกิจมีการ.... ถ่ายทอด.... องค์ความรู้ในวิชาชีพองค์ความรู้ในผลิตภัณฑ์.... จิตวิญญาณที่ปลุกพลังแห่งความสำเร็จ ลงไปเป็นชั้น ๆ ต่อ ๆ กัน ไม่รู้จบ
6. เป็นธุรกิจที่ต่อเชื่อมท่านเข้ากับธุรกิจ ข้ามชาติระดับโลกท่านไม่ต้องสร้างระบบใหม่ ด้วยตนเอง แต่ดำเนินตาม, ปฏิบัติตามแบบแผน ธุรกิจ (Business - format) ที่วางไว้อย่างดีเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก (บางคนเรียกว่าเครือข่ายของแฟรนไชส์ ระดับเล็กๆ หรือระดับบุคคล มาผูกโยงเชื่อมกัน (Network of Micro or Personal Franchisee) แต่ไม่ต้องจ่ายค่ารอยัลตี้ (Royalty fee) ใดๆ เลย
7. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่มีผลกำไรงอกเงย ขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง/วัน ตลอด 365 วัน/ปี แม้ท่านเองจะหยุดพักผ่อน, หยุดพักร้อน เพราะเวลาทำงานภายในเครือข่ายของท่าน อาจอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในขณะที่ท่านนอนหลับ หรือกำลังทำงานอยู่ในขณะที่ท่านหยุดพักร้อน
8. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่ผลงานแห่ง ความพากเพียร ของท่าน วันละ 2 ชั่วโมง สามารถทวีคูณไปเป็น วันละ 2,000 ชั่วโมง, 20,000 ชั่วโมง.... แปรผัน.... ตามความใหญ่โตของ เครือข่ายของท่านและ.... เมื่อท่านสามารถสร้างสินทรัพย์ (People Assets) เครือข่ายอย่างมีคุณภาพ ท่านก็สามารถทำงาน เต็มที่เพียง 3 - 5 ปี เพื่อรับบำนาญติดต่อกันไปตลอดชีวิต
หากท่านเป็นลูกจ้าง (Employee) มีรายได้จาก เงินเดือนเป็นหลัก ท่านอาจต้องทำงาน 35 ปี (60-25) เพื่อรอกินบำนาญเพียงเล็กน้อยต่อไป 5-15 ปี (หลังอายุ 60ปี)

หากท่านเริ่มงานด้วยเงินเดือนเริ่มต้น เดือนละ 7,000 บาท และโชคดีเงินเดือนของท่านได้รับการปรับเพิ่มทุกๆ ปีๆ ละ 5-10% เมื่อทำงานติดต่อกันถึง 35 ปี.... ท่านจะได้รับเงินจากผลงานทั้งชีวิต (420 เดือน)รวมประมาณ 7 ล้านบาท แต่ท่านทราบไหม? ว่า เงิน 7 ล้านบาทนี้ ท่านอาจสร้างขึ้นได้จากธุรกิจระบบเครือข่าย(หากครบองค์ 5 : บริษัทมั่นคง, ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี แผนธุรกิจดี, แนวโน้มเศรษฐกิจเอื้ออำนวย, อยู่ในเวลาและโอกาสอันเหมาะสม) ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี หรือไม่ถึง 5 ปี
วันเกษียณอายุของคุณ เพื่อรับบำนาญ หลังจากนี้ ไม่เกิน 5 ปี....

ที่มา : หนังสือพ่อรวยสอนลูก ชุดโรงเรียนสอนธุรกิจ

ติดต่อเรา

Read More