เหตุผลที่คนทั่วๆไปปฏิเสธการทำธุรกิจระบบเครือข่าย

dot

หลายเหตุผลที่คนทั่วๆไปปฏิเสธ การทำธุรกิจ MLM หรือ ระบบเครือข่าย ด้วยมีความรู้สึกส่วนตัว หรือคำกล่าวอ้างตามคำบอกเล่า ของผู้คนรอบข้างและเหตุผลที่ได้ยินมามากๆจนชินหู เช่น

  • ไม่ชอบงานขาย (ถนัดแต่ขายแรงงาน ขายความรู้ ความสามารถในอัตรากำหนด)
  • อยู่แบบนี้สบายแล้ว (สบายจริงเหรอ..ใกล้สิ้นเดือนทีเหมือนจะสิ้นใจ..ธุรกิจเงินนอกระบบ ถึงฟูเฟื่อง)
  • มีคนคัดค้าน ทั้งๆที่ยังไม่พิจารณา (ประเภทพวกลากไป…ความคิดต้องอิงคนอื่น)
  • อ่านรูปแบบธุรกิจไม่ออก (ชีวิตนี้ อยู่แค่โลกแคบๆ..ไม่เคยศึกษาอะไรเพิ่ม)
  • ไม่ชื่นชอบ อาชีพนี้ (ชอบงานแต่งตัวสวยๆ ทำงานห้างชื่อดีๆเพราะๆ ห้างใหญ่ๆ เงินเดือนน้อยช่างมัน..)ฯลฯ

หารู้ไม่ว่าอาชีพนี้ หรือธุรกิจนี้สามารถสร้างความร่ำรวย ด้วยสองมือสองเท้า และชีวิตก้าวไกล อย่างสง่างาม ในความเป็นจริงธุรกิจอาชีพนี้ เราก็ ไม่ได้ไปง้อ ไม่ได้ไปขอ และไม่ได้ไปตื้อ และที่สำคัญผู้ทีจะทำอาชีพนี้ ต้องมีความคิดเป็นเชิงบวก เป็นด่านประการแรก ยกเลิกความคิดเชิงลบทิ้ง จึงขอจำแนก ความคิดเชิงลบ ของคนที่เข้ามาแล้วมักจะมีคำถามเชิงลบ อยู่ในตัวเองในประการด่านแรก

คิดว่าเขาไม่สมัครเข้าร่วมกับธุรกิจเรา คิดไว้ล่วงหน้าก่อนเลยว่า เขาคงไม่สมัครเข้าร่วมธุรกิจกับเรา ก็เพราะตัวเราเองยังไม่เข้าใจในธุรกิจ MLM หลายๆประการเช่น

1.เป็นงานที่ต้องพบคน

2.เป็นงานที่จะเจอคำปฏิเสธ ก่อนเสมอ

3.เป็นธุรกิจไม่มีการโฆษณา

4.เป็นงานสถิติ คือเป็นอัตราส่วนระหว่างความล้มเหลว กับความสำเร็จ

5.เป็นงานที่ต้องบังคับตัวเอง

6.เป็นงานต้องบริการ

7.เป็นงาน ต้องอาศัยทีมช่วย

8.เป็นงานที่ต้องลงทุนในเรื่องกำลังใจ

9.เป็นงานที่กำหนดชีวิตตัวเองได้

การที่คิดว่า เขาไม่มาสมัครกับเรา มันเข้าตำรา “อยากถูกหวยรวยสตางค์ แต่ยังไม่ซื้อ อยากมีชื่อเป็นนักประพันธ์ แต่ยังไม่เขียน อยากเป็นยอดผู้นำไม่พากเพียร จวบจนเกษียณ มันก็ยังเป็นเหมือนเดิม”

จริงจังกับการปฏิเสธ

เมื่อพบคำว่าไม่ จากผู้มุ่งหวัง ที่ไปพบปะผู้คนเพื่อขาย หรือ ผู้ที่ที่จะชักนำมาเป็นสมาชิก หรือที่เรียกว่าสปอนเซอร์ ก็ไม่พยายามต่อไป เข้าข่ายคนรักปฏิเสธหน่อย แทบโดดตึก..ให้นึกถึง คำพังเพย ตรงนี้ ดักลอบต้องหมั่นกู้…

คนอยู่ใกล้ ไม่ใช่ของตายเสมอไป

เห็นคนอยู่ใกล้ๆรอบข้างไงๆก็ต้องสมัคร ตกม้าตายมาแย๊ะ แล้ว หากไม่ทำการบ้านก่อนพูด หรือชักชวนให้ดี การเริ่มต้นคนรอบข้างให้สำเร็จก่อน จะเสริมความมั่นใจ

รอให้ข้อมูลตนเองแน่นอนก่อน

ประเภทจะรอให้ตัวเองสำเร็จ โดยยังไม่คิดลงมือทำ ร้องเพลงรอ แบบข้าวคอยฝน ไม่คิดหาข้อมูล บริษัท สินค้า หรือการตลาด ตลอดจนคู่แข่งทางด้านธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นหมั่นศึกษาข้อมูลแต่วันนี้ แล้ว เราจะสำเร็จ

ชวนคนตามที่เขาบอกมาในแผน

ในแผนการตลาดมักจะพูดถึง การชักชวนคนมาเป็นสมาชิก หรือ สปอนเซอร์ เพียง2-3คน ก็ทำเหมือนแผน แล้วก็ ไปนอนรอ เงินที่จะโอนเข้าบัญชี โดยฝันหวาน ว่ารวยแน่เรา โดยไม่คิดชักชวนเพิ่ม เพราะคนที่เราชวนมา ทำไปก็อาจนึกล้า ไม่อยากทำ การพูดในแผน เขาหมายถึง ชวนมาแล้ว เขาทำแบบจริงจัง จึงจะไปตามแผน แต่ในทางเป็นจริงจิตใจมนุษย์ยาก แท้หยั่งถึง ความคิดคนเรา บางทีวันนี้แบบนี้ พรุ่งนี้ไปอีกแบบ เราไปบังคับเขาไม่ได้

ผลัดวันประกันพรุ่ง

คำว่าเอาไว้ก่อนน่า พรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า หรือ เดือนหน้า ให้ลบออกจากพจนานุกรมในความคิดเรา การเริ่มช้าย่อมสำเร็จช้า ตลาดก็เริ่มจะมีช่องทางน้อยลงไปด้วยเพราะมีคนแย่ง และช่วงชิงไปแล้ว ทำให้เราทำงานยากขึ้น ในที่สุดก็ ล้มเลิกไปไม่อยากทำ 100 ทั้ง100ผู้ประสบความสำเร็จ เขา จะถือคติ สายน้ำไม่เคยคอยท่า เวลาไม่เคยคอยใคร ไม่มีใครจะคิดยึดคติในอาชีพนี้ว่า ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ ก็มีหวัง คงได้พูดกันอีกนาน แล้ว ก็ หายไปเพราะล้มเลิก

สิ่งต่างๆต้องพัฒนา

การไม่พัฒนาบุคลิกภาพ ทำตัวเซอร์ๆแบบศิลปินเดี่ยว ศิลปินหมู่ หรือหน้าตา ยังกับโจร แถวมุมตึก ต้องเลิก หันมาพัฒนาให้มันดูดี ดูภูมิฐาน สร้างความมั่นใจ แก่ผู้พบเห็น อยากพบปะพูดคุยด้วย ขอให้ ใช้ หลัก 6s คือ

  • Smart คือดูสง่า น่าเชื่อถือ และน่าไว้ใจ
  • Smile คือ ร่าเริง ยิ้มแย้ม แจ่มใส
  • Speak คือการรู้จักพูดจา มีวิธีการพูด
  • Seek คือ รู้จักค้นหาความต้องการ และการใส่ใจคู่สนทนา
  • Service คือ การบริการ และช่วยเหลือ
  • Satisfaction คือ ทำให้ผู้มาติดต่อ เกิดความพึงพอใจ